thansettakij
thansettakij
สปสช. เห็นชอบข้อเสนอแก้ปัญหา วัณโรคครบวงจร เร่งขยายคัดกรองเชิงรุก

สปสช. เห็นชอบข้อเสนอแก้ปัญหา วัณโรคครบวงจร เร่งขยายคัดกรองเชิงรุก

บอร์ด สปสช. ไฟเขียวข้อเสนอ "วัณโรคครบวงจร" มุ่งยุติวัณโรค เร่งขยายคัดกรองเชิงรุก เพิ่มกลุ่มเสี่ยงเป็น 9 กลุ่ม พร้อมบริการตรวจวินิจฉัยเชิงลึกอย่างครอบคลุม ขยายสิทธิบริการป้องกันวัณโรคระยะแฝงทุกช่วงวัย ทุกสิทธิ เร่งค้นหา ลดแพร่เชื้อในชุมชน

KEY

POINTS

  • บอร์ด สปสช. มีมติเห็นชอบข้อเสนอการจัดระบบดูแลวัณโรคแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการป้องกัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยุติวัณโรคในประเทศไทย
  • เร่งขยายการคัดกรองเชิงรุก โดยเพิ่มกลุ่มเป้าหมายจาก 7 เป็น 9 กลุ่ม (เพิ่มผู้ที่เคยเป็นวัณโรคและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง) และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยอ่านผลเอกซเรย์
  • ขยายสิทธิประโยชน์การให้ยาป้องกันวัณโรคระยะแฝงให้ครอบคลุมทุกช่วงอายุ และเพิ่มการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีระดับโมเลกุล (Molecular testing) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 4/2569 ได้พิจารณาและเห็นชอบ "ข้อเสนอการจัดระบบครบวงจรเพื่อมุ่งเป้าสู่การกำจัดวัณโรคในประเทศไทย" (Ending TB) ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) นำเสนอโดย นพ.สุเมธ องค์วรรณดี ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฝ่ายสนับสนุนการเข้าถึงบริการกลุ่มโรคสำคัญ 2 เพื่อยกระดับการดูแลวัณโรคทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่การค้นหากลุ่มเสี่ยง การตรวจวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการป้องกันวัณโรคระยะแฝงและการติดตามต่อเนื่อง ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการเตรียมระบบบริการ ขับเคลื่อน และกำกับติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย แม้ผลสำเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำจะดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยยังต้องเร่งเดินหน้าตามเป้าหมาย "ยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค" (End TB Strategy) ขององค์การอนามัยโลก ในการลดอุบัติการณ์วัณโรคให้เหลือ 10 ต่อประชากร 100,000 คนภายในปี 2578 โดยมีโจทย์สำคัญ ทั้งการเข้าถึงการรักษาล่าช้า ผู้ป่วยตกหล่นจากระบบ ข้อจำกัดการเข้าถึงการป้องกันวัณโรคระยะแฝง การใช้วิธีการตรวจระดับโมเลกุล (Molecular testing) ยังไม่เต็มศักยภาพ และข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชน

สาระสำคัญที่บอร์ดเห็นชอบในครั้งนี้ คือ การขยายความครอบคลุมบริการวัณโรคให้ครบวงจรมากขึ้น ทั้งการขยายการคัดกรองและวินิจฉัยเชิงรุกตาม "โครงการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงระดับชุมชน (Heat map)" การขยายกลุ่มเป้าหมายการคัดกรองวัณโรคจากเดิม 7 กลุ่ม เป็น 9 กลุ่ม โดยเพิ่ม "ผู้ที่เคยเป็นวัณโรค" และ "ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง" รวมถึงเพิ่มกลุ่ม "ผู้มีอาการสงสัยวัณโรค" ให้เข้าถึงการวินิจฉัยด้วยวิธี Molecular testing เพื่อช่วยให้พบโรคได้เร็วขึ้น ลดการหลุดจากระบบ และเริ่มรักษาได้ไวขึ้น

สปสช. เห็นชอบข้อเสนอแก้ปัญหา วัณโรคครบวงจร เร่งขยายคัดกรองเชิงรุก

นอกจากนี้ในส่วนของการให้ยาเพื่อป้องกันวัณโรคระยะแฝง ซึ่งเป็นสิทธิบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ครอบคลุมคนไทยทุกสิทธิ ให้ขยายครอบคลุมทุกช่วงอายุ จากเดิมจำกัดเฉพาะผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นผู้ป่วยวัณโรค ขณะเดียวกันยังเห็นชอบปรับแผนจัดหายารักษาวัณโรคดื้อยาในผู้ป่วยกลุ่มดื้อยา ได้แก่ MDR/RR, Pre-XDR และ XDR สำหรับสตรีตั้งครรภ์และเด็กรวมถึงการขยายการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก AI Chest X-Ray เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองในระบบบริการ

ส่วนอีกจุดสำคัญ คือการปรับอัตราค่าตรวจวินิจฉัยวัณโรคด้วยวิธีอณูชีววิทยา ตามข้อเสนอกรมควบคุมโรค เพื่อให้การตรวจแม่นยำ เข้าถึงเร็วขึ้น ช่วยค้นหาผู้ป่วยระยะแรก ลดการแพร่เชื้อในชุมชน พร้อมกันนี้ให้ สปสช.ร่วมดำเนินการกับกระทรวงสาธารณสุขเร่งขับเคลื่อนระบบติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง พร้อมกำหนดการควบคุมวัณโรคเป็นตัวชี้วัดสำคัญระดับจังหวัด เขต และ สคร. เพื่อให้การดำเนินงานเป็นทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ

"ในส่วนของงบประมาณการขับเคลื่อนวัณโรคครบวงจร ปี 2569 สปสช. กำหนดเป็นการบริหารจัดการงบภายใน โดยไม่มีการของบเพิ่มใหม่เพิ่มเติม เป็นการปรับเกลี่ยจากงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคประมาณ 187.57 ล้านบาท ร่วมกับงบที่ประหยัดจากแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์อีก 2.42 ล้านบาท รวม 189.99 ล้านบาท สะท้อนการบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า พร้อมเร่งเพิ่มการเข้าถึงบริการวัณโรคที่จำเป็นแก่ประชาชน" รมว.สาธารณสุข กล่าว 

สปสช. เห็นชอบข้อเสนอแก้ปัญหา วัณโรคครบวงจร เร่งขยายคัดกรองเชิงรุก

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดระบบวัณโรคครบวงจรครั้งนี้ เป็นการปรับจากการดูแลแบบแยกส่วน ไปสู่การเชื่อมโยงบริการทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่คัดกรอง วินิจฉัย รักษา ป้องกัน และติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสิทธิประโยชน์บริการป้องกันวัณโรคระยะแฝง การขยายการตรวจในกลุ่มเสี่ยง และการนำเทคโนโลยีอย่าง AI Chest X-Ray และ Molecular testing มาใช้ให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ระบบสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดโอกาสการแพร่เชื้อในชุมชนได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากบอร์ด สปสช. เห็นชอบแล้ว สปสช. จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการแก้ไขประกาศเงื่อนไขการจ่ายชดเชย การเตรียมความพร้อมระบบบริการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ข้อเสนอครั้งนี้ไม่เป็นเพียงมติบนกระดาษ แต่เกิดผลจริงต่อการค้นหาผู้ป่วยให้เร็วขึ้น ลดผู้ป่วยตกหล่นจากระบบ เพิ่มโอกาสรักษาหาย และพาประเทศไทยเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายการกำจัดวัณโรคได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น