thansettakij
thansettakij
6 เมษายน วันกิจกรรมทางกายโลก สธ.ชูแคมเปญ 'ทุกขยับนับหมด' สู้โรค NCDs

6 เมษายน วันกิจกรรมทางกายโลก สธ.ชูแคมเปญ 'ทุกขยับนับหมด' สู้โรค NCDs

06 เม.ย. 69 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :06 เม.ย. 69 | 08:06 น.

สธ. ยกระดับสุขภาพคนไทย 'วันกิจกรรมทางกายโลก' รณรงค์แนวคิด Every Move Counts : ทุกขยับนับหมด มุ่งเป้าลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ต้นเหตุสำคัญของโรค NCDs เผยสถิติคนไทยนั่งนานเสี่ยงโรคพุ่ง แนะวิธีเพิ่ม Activity ในชีวิตประจำวัน

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดแคมเปญ "ทุกขยับนับหมด" เนื่องในวันกิจกรรมทางกายโลก 6 เมษายน
  • รณรงค์ให้คนไทยทุกช่วงวัยเพิ่มการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
  • ชี้ว่ากิจกรรมทางกายทุกรูปแบบนับรวมได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ทำงานบ้าน หรือขึ้นบันได เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

6 เมษายนของทุกปีซึ่งตรงกับวันกิจกรรมทางกายโลก (World Day for Physical Activity) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมรณรงค์ "Every Move Counts : ทุกขยับนับหมด" ชวนคนไทยทุกช่วงวัยเพิ่มการเคลื่อนไหว ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในชีวิตประจำวัน ย้ำเริ่มได้ทันทีจากกิจกรรมใกล้ตัว เพื่อเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงโรค NCDs  และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ พร้อมลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรค NCDs โดยเฉพาะในยุคที่คนไทยมีพฤติกรรมนั่งนานมากขึ้น ทั้งจากการทำงานหน้าจอและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ครอบคลุมการเคลื่อนไหวทุกประเภทที่มีการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ปั่นจักรยาน ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกาย ซึ่งสามารถสะสมได้ตลอดทั้งวัน

ขณะที่พฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์การใช้โทรศัพท์มือถือ หรือการดูโทรทัศน์เป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรค NCDs ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้ใหญ่มีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ และควรหลีกเลี่ยงการนั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเพิ่มกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เช่น เดินหรือปั่นจักรยานในระยะใกล้ ใช้บันไดแทนลิฟต์ ลุกยืดเหยียดระหว่างทำงาน ทุก 30 – 60 นาที

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กล่าวว่า วันกิจกรรมทางกายโลกปีนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่มวัยร่วมกันเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันและลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นกีฬา หรือกิจกรรมนันทนาการ

นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย

พร้อมเน้นย้ำการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว ทั้งในบ้าน ที่ทำงาน และชุมชน เพราะการขยับร่างกายไม่เพียงช่วยให้สุขภาพแข็งแรง แต่ยังช่วยสร้างสังคมที่กระฉับกระเฉง ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษทางอากาศ ลดการใช้รถในระยะใกล้ และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ ตามแนวคิด "ทุกขยับนับหมด" เพื่อนำไปสู่สังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน