thansettakij
thansettakij
6 เคล็ดลับคนอายุยืนไร้โรคประจำตัว สรุปพฤติกรรมง่าย ๆ ที่สร้างสุขภาพดีในระยะยาว

6 เคล็ดลับคนอายุยืนไร้โรคประจำตัว สรุปพฤติกรรมง่าย ๆ ที่สร้างสุขภาพดีในระยะยาว

29 ต.ค. 69 | 05:38 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ต.ค. 69 | 05:50 น.

หมอเจดสรุป 6 พฤติกรรมสำคัญของคนอายุยืนที่แข็งแรง ทั้งการขยับตัวตลอดวัน การนอนหลับ และการฝึกกล้ามเนื้อ พร้อมยืนยันเริ่มตั้งแต่วัย 40-50 ปีก็ยังทัน

KEY

POINTS

  • เคลื่อนไหวร่างกายให้สม่ำเสมอตลอดทั้งวัน ควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีน ผักผลไม้ และใยอาหารสูง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและรสจัด
  • ให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (7-9 ชั่วโมง) เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง
  • มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกเพื่อฝึกสมอง และตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคแต่เนิ่นๆ

นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ หมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้ด้านสุขภาพที่น่าสนใจว่า เมื่อพูดถึงคนอายุ 80–90 ปีที่ยังคงแข็งแรง หลายคนมักตั้งคำถามว่าพวกเขารับประทานอะไร มีอาหารเสริมตัวไหนเป็นพิเศษ หรือมีเคล็ดลับอะไรถึงอายุยืนยาวขนาดนี้

แต่ในมุมมองของแพทย์ กลับน่าสนใจกว่านั้นหากตั้งคำถามว่า ทำไมบางคนอายุ 85 ปีแล้วยังเดินคล่อง ทำอะไรด้วยตนเองได้ ขณะที่บางคนอายุเพียง 55 ปี ก็เริ่มเหนื่อยง่าย ขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็ต้องพัก? แม้ความแตกต่างนี้จะมีปัจจัยเรื่องพันธุกรรมและโรคประจำตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่สิ่งที่เราปฏิบัติซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันต่างหาก คือกุญแจสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพในอีกหลายสิบปีข้างหน้า และคนที่อายุมากแล้วยังคงมีสุขภาพดี มักมี 6 พฤติกรรมร่วมกัน ดังนี้

1. ขยับร่างกายตลอดทั้งวัน ไม่ใช่ออกกำลังกายเพียงแค่วันละชั่วโมง

การสังเกตคนสูงวัยที่ยังแข็งแรง จะพบว่าบางคนยังคงเดินไปตลาด ทำสวน กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือทำงานบ้านด้วยตนเอง แม้จะไม่ค่อยได้เข้าฟิตเนสทุกวัน แต่พวกเขาไม่เคยอยู่นิ่ง การขยับร่างกายระหว่างวันช่วยให้กล้ามเนื้อได้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลดีต่อระดับน้ำตาล ความดันโลหิต สุขภาพหัวใจ และความสามารถในการเคลื่อนไหว แม้การออกกำลังกายจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากออกกำลังกายเสร็จแล้วกลับมานั่งนิ่งตลอดทั้งวันก็ยังไม่เพียงพอ ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่การออกกำลังกายช่วงสั้น ๆ แต่ต้องการการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

2. เลือกรับประทานอาหารธรรมดาอย่างชาญฉลาด

อาหารของคนสุขภาพดีในวัยสูงอายุไม่จำเป็นต้องเป็นเมนูราคาแพง บางคนรับประทานเพียงข้าวกับปลา ต้มจืด ผักลวก ผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงถั่วและธัญพืชเป็นประจำ สิ่งสำคัญคือรูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวมที่มีโปรตีนเพียงพอ มีผักและผลไม้หลากหลาย มีใยอาหารสูง และมีไขมันดี พร้อมกับหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารรสหวานจัด เค็มจัด และไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก เพราะอาหารที่เรากินทุกวันคือตัวกำหนดระดับน้ำตาล ไขมัน ความดันโลหิต และสุขภาพหลอดเลือดในระยะยาว

6 เคล็ดลับคนอายุยืนไร้โรคประจำตัว สรุปพฤติกรรมง่าย ๆ ที่สร้างสุขภาพดีในระยะยาว

3. ใส่ใจและรักษาปริมาณมวลกล้ามเนื้อไม่ให้เสื่อมถอยตามวัย

เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อและแรงกล้ามเนื้อมีแนวโน้มลดลงโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ขาดการใช้งาน จนส่งผลให้ลุกจากเก้าอี้ลำบาก ขึ้นบันไดเหนื่อยง่าย หรือทรงตัวไม่ดี การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยไม่จำเป็นต้องยกเวทหนัก ๆ เสมอไป อาจเริ่มต้นจากการฝึกท่าลุกนั่งจากเก้าอี้ การใช้ยางยืดออกกำลังกาย หรือการใช้น้ำหนักตัวตนเอง (Bodyweight) รวมถึงการฝึกการทรงตัว เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้แค่ยกของหนัก แต่ช่วยให้เราพึ่งพาตนเองได้ในยามสูงวัย

4. ให้ความสำคัญกับการนอนหลับ และไม่ฝืนใช้ร่างกายจนสะสมความล้า

บางคนดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกายเป็นอย่างดี แต่กลับนอนหลับเพียงวันละ 4–5 ชั่วโมงเป็นประจำเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งที่การนอนหลับคือช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและปรับสมดุลระบบต่าง ๆ การนอนหลับไม่เพียงพอยังสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ปัญหาการควบคุมระดับน้ำตาล ภาวะทางอารมณ์ และสุขภาพหัวใจในระยะยาว สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปควรนอนหลับประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน พร้อมทั้งรักษาเวลาเข้านอนให้สม่ำเสมอและลดการใช้หน้าจอก่อนนอน

5. มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม งานอดิเรก และฝึกสมองอยู่เสมอ

สุขภาพที่ดีไม่ได้มีแค่เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย หากสังเกตผู้สูงอายุที่ยังสดใส มักเป็นผู้ที่มีกิจกรรมทำเป็นประจำ เช่น การปลูกต้นไม้ ทำอาหาร อ่านหนังสือ พบปะเพื่อนฝูง หรือเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้สมองและร่างกายได้ทำงานร่วมกัน รวมถึงสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง งานวิจัยระบุชัดเจนว่าความโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน ดังนั้น การดูแลสุขภาพจึงเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการมีกัลยาณมิตรพูดคุยและมีเป้าหมายในชีวิตประจำวัน

6. ไม่รอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยเริ่มต้นใส่ใจสุขภาพ

โรคเรื้อรังหลายชนิดมักไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก เช่น ภาวะความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงที่มักไม่มีอาการปวดหัว หากรอจนร่างกายแสดงความผิดปกติออกมา ความเสี่ยงอาจสะสมมาเป็นเวลานานแล้ว แนวทางที่ถูกต้องคือการหมั่นตรวจเช็กระดับความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจคัดกรองโรคตามช่วงวัย เลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และดูแลรักษาโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ยังทันหรือไม่?

สำหรับผู้ที่อยู่ในวัย 40, 50 หรือ 60 ปีแล้ว ขอยืนยันว่า การเริ่มต้นในวันนี้ยังไม่สายเกินไป คุณไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างภายในวันเดียว แต่สามารถเริ่มจากสิ่งทำได้ง่ายและทำอย่างต่อเนื่อง:

  • เพิ่มการเคลื่อนไหว: เดินให้บ่อยขึ้น ลดเวลานั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน และเพิ่มการออกกำลังกายตามกำลัง

  • ฝึกกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ: อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง

  • จัดสมดุลโภชนาการ: เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ ใยอาหาร และลดอาหารหวานเค็มจัด

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: จัดเวลาพักผ่อนเพื่อลดความเครียดสะสม

  • ตรวจสุขภาพและคัดกรองโรค: เฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและหาเวลาทำกิจกรรมที่ชื่นชอบร่วมกับคนรอบข้าง

สุขภาพที่ดีในวัย 80 ปี ไม่ได้สร้างขึ้นได้ด้วยการดูแลตัวเองเป็นพิเศษเพียงแค่ชั่วข้ามคืน แต่เกิดจาก "สิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำซ้ำได้ทุกวัน" เพราะสิ่งที่คุณเริ่มต้นลงทุนลงแรงทำตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน.