thansettakij
thansettakij
‘วันเภสัชกรโลก’ เอเอส วัตสัน ชูพลังเภสัชกร เครือข่ายร้านขายยา ดันธุรกิจสุขภาพโต 10%

‘วันเภสัชกรโลก’ เอเอส วัตสัน ชูพลังเภสัชกร เครือข่ายร้านขายยา ดันธุรกิจสุขภาพโต 10%

“วันเภสัชกรโลก” เอเอส วัตสัน เผยยอดขายธุรกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลกเติบโต 10% ชูพลังเภสัชกรกว่า 3,300 คน และเครือข่ายร้านขายยา 1,770 แห่ง ผลักดันนวัตกรรม O+O รับเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

KEY

POINTS

  • เอเอส วัตสัน ฉลองวันเภสัชกรโลก ประกาศความสำเร็จธุรกิจสุขภาพทั่วโลกเติบโตขึ้น 10% โดยมีเภสัชกรและเครือข่ายร้านยาเป็นกำลังสำคัญ
  • การเติบโตสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งเภสัชกรมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือ
  • บริษัทใช้กลยุทธ์ O+O (Offline plus Online) ผสานเครือข่ายร้านยาและผู้เชี่ยวชาญกว่า 10,000 คน เข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อมอบบริการสุขภาพที่ครบวงจร
  • ผลวิจัยชี้ว่าคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเป็นปัจจัยหลักอันดับต้นๆ (41%) ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค

เอเอส วัตสัน เฉลิมฉลองวันเภสัชกรโลก ประจำปี 2569 พร้อมเปิดเผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลก ซึ่งเติบโตขึ้น 10% ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา การเติบโตดังกล่าวนับเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลตนเองเพิ่มมากขึ้น

การขับเคลื่อนผ่านบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายร้านขายยา

หัวใจสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพื่อสุขภาพของ เอเอส วัตสัน คือการให้ความสำคัญกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เครือข่ายของบริษัทประกอบด้วยเภสัชกรจำนวนกว่า 3,300 คน และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพรวมเกือบ 10,000 คน ซึ่งทำหน้าที่ส่งมอบคำแนะนำและการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีแก่ลูกค้าในทุกวัน ผ่านเครือข่ายร้านขายยาที่มีจำนวนมากกว่า 1,770 แห่งทั่วโลก

วันเภสัชกรโลก

นายปีเตอร์ แม็คแนบ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ระหว่างประเทศ เอเอส วัตสัน กล่าวถึงทิศทางของการดูแลสุขภาพว่า กำลังเกิดการปรับเปลี่ยนบทบาทจากการตั้งรับเพื่อรักษาโรค ไปสู่การดูแลและป้องกันก่อนการเกิดโรค ในบริบทนี้ เอเอส วัตสัน จึงมุ่งเน้นการสนับสนุนลูกค้าด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความไว้วางใจ

นวัตกรรม O+O (Offline plus Online)

การนำเสนอโซลูชันการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ปรับให้เหมาะสมกับบุคคล ตลอดจนการประยุกต์ใช้นวัตกรรม O+O (Offline plus Online) เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การรับบริการระหว่างหน้าร้านและระบบออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อสร้างความเข้าใจต่อพฤติกรรมด้านสุขภาพของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป เอเอส วัตสัน ได้นำเสนอผลการวิจัยสุขภาพระดับโลก (Global Health Research) ซึ่งจัดทำโดย WISE (Watson Insights on Shoppers Experience) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านประสบการณ์ลูกค้าของบริษัท การสำรวจดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนกว่า 11,000 คน ครอบคลุม 10 ตลาดในภูมิภาคยุโรปและเอเชีย

3 ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

จากการศึกษาของ WISE พบว่า ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่:

  • ความกังวลด้านสุขภาพ: คิดเป็น 43% ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของผู้บริโภค
  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ: คิดเป็น 41% ซึ่งยังมีอิทธิพลในระดับสูงต่อการตัดสินใจ
  • คำแนะนำจากครอบครัวและเพื่อน: คิดเป็น 32% ของปัจจัยในการเลือกผลิตภัณฑ์

ผลการวิจัยสุขภาพระดับโลก (Global Health Research)

ในส่วนของกระบวนการค้นหาและรวบรวมข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อ ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีการผสมผสานช่องทางที่หลากหลาย โดยแบ่งเป็น:

  • การค้นคว้าข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์: คิดเป็น 82%
  • การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ: คิดเป็น 49%
  • การทดลองหรือสัมผัสผลิตภัณฑ์จริง ณ หน้าร้าน: คิดเป็น 44%

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ ผลิตภัณฑ์และบริการจะถูกประเมินผ่านปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่ ราคาและโปรโมชัน (56%), ความเชื่อมั่นในแบรนด์ (48%) ตลอดจนประโยชน์และผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ (45%) ข้อมูลวิจัยเหล่านี้เน้นย้ำว่าเภสัชกรและผู้เชี่ยวชาญยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการให้คำแนะนำเชิงป้องกัน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

การผสานระบบนิเวศ O+O เพื่อการดูแลสุขภาพ

นายปีเตอร์ แม็คแนบ ได้กล่าวสรุปถึงทิศทางอนาคตของการดูแลสุขภาพว่า กำลังมุ่งหน้าไปสู่ระบบการดูแลเชิงป้องกัน การปรับบริการให้เข้ากับบุคคล และการเปิดกว้างให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น การนำเสนอระบบนิเวศด้านสุขภาพของ เอเอส วัตสัน จึงเป็นการผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากร

การดูแลเฉพาะบุคคล และนวัตกรรมแพลตฟอร์ม O+O เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ โดยมีเป้าหมายในการทำให้บริการสุขภาพเชิงป้องกันเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของทุกคน