
'ตรีผลา' สมุนไพรปรับธาตุ ช่วยคุมน้ำหนัก-ลดไขมันในเลือด เตือนใช้ผิดวิธีเสี่ยงผลข้างเคียง
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชูศักยภาพ 'ตำรับยาตรีผลา' สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ ช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด เตือนประชาชนไม่ควรเร่งรับประทานเพื่อหวังผลลดน้ำหนักเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
KEY
POINTS
- 'ตรีผลา' เป็นตำรับยาสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลธาตุ มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าสามารถช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันและน้ำตาลในเลือดได้
- ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่าการรับประทาน 'ตรีผลา' ช่วยลดน้ำหนักตัวได้เฉลี่ย 2.4 กิโลกรัม และลดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยมีความปลอดภัยสูง
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตือนว่าการใช้ 'ตรีผลา' ในขนาดที่สูงเกินไปเพื่อหวังผลลดน้ำหนัก อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง หรือผื่นคันได้
7 กันยายน 2569 ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ตำรับยาตรีผลา ซึ่งประกอบด้วยผลไม้ 3 ชนิด ได้แก่ สมอไทย, สมอพิเภก และมะขามป้อม ถือเป็นภูมิปัญญาที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการปรับธาตุเพื่อรักษาความสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ถึง 5 รส คือ เปรี้ยว ฝาด ขม อมหวาน และเค็ม
อีกทั้งการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังพบว่า สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดนี้มีฤทธิ์ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน "ตรีผลา" ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566 โดยมีข้อบ่งใช้หลักในการบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ และดูแลระบบขับถ่าย ซึ่งขนาดยาที่แนะนำคือครั้งละ 300–600 มิลลิกรัมเมื่อมีอาการ
งานวิจัยสากล ชี้ ช่วยคุมน้ำหนักลดน้ำตาลในเลือด
ดร.นพ.พงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลงานวิจัยทางคลินิกสนับสนุน มีดังนี้ การคุมน้ำหนักตัว งานวิจัยทบทวนวรรณกรรมและวิเคราะห์อภิมาน (Systematic Review and Meta-Analysis) โดย A. Salehi และคณะ รวบรวมข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกที่มีกลุ่มควบคุม 15 การศึกษา (รวมผู้เข้าร่วมวิจัย 800 คน)
พบว่า การรับประทานตรีผลามีผลช่วยลดน้ำหนักตัวลงได้เฉลี่ยประมาณ 2.4 กิโลกรัม ในช่วงเวลาทดลอง 10 ถึง 90 วัน และส่งผลให้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง โดยมีความปลอดภัยสูง ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง และไม่มีพิษต่อตับหรือไต การควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) งานวิจัยโดย N. Singh และคณะ
ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ (IGT) พบว่าการรับประทานตรีผลาต่อเนื่อง 12 เดือน ช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยช่วยต้านภาวะเครียดออกซิเดชันด้วยการเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ Superoxide Dismutase, Catalase และเพิ่มระดับ Glutathione ชนิดรีดิวซ์ (p≤0.001) ป้องกันไขมันพอกตับ งานวิจัยในห้องปฏิบัติการ โดย Y. Jiang และคณะ ชี้ว่า ตรีผลาช่วยป้องกันการพัฒนาของโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ผ่านสารกลุ่มโพลีฟีนอลและแทนนินสูง ซึ่งช่วยยับยั้งการสะสมและการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน (Adipogenesis) พร้อมทั้งเพิ่มความไวต่ออินซูลิน
อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชนว่า เนื่องจากตรีผลามีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ การโหมเร่งเพิ่มขนาดยา เกินมาตรฐานเพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้อง ผื่นคัน หรือมีความผิดปกติอื่น ๆ ได้
มูลค่า 'ตรีผลา' ในระบบสุขภาพภาครัฐ-เอกชนรวมกว่า 60 ล้านบาท
ด้าน ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม ผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เปิดเผยว่า ตรีผลา มีบทบาทสำคัญอย่างมากในตลาดสุขภาพของประเทศไทยโดยมีมูลค่าการใช้ในระบบสุขภาพภาครัฐราว 10 ล้านบาท และภาคเอกชนมากกว่า 50 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งทางกรมฯ มุ่งยกระดับองค์ความรู้ ดั้งเดิมนี้สู่นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนใช้สมุนไพรได้อย่างปลอดภัยและมีข้อมูลรองรับในระยะยาว
กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงขอให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียนยาหรือเครื่องหมาย อย. และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และ หญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง







