
'หมอยง' ชี้ 'โควิด-19' ปี 6 ความรุนแรงไม่ต่างจาก 'ไข้หวัดใหญ่' แต่วัคซีนยังวิ่งตามหลัง
'หมอยง' ชี้ความรุนแรงของ 'โควิด-19' ปีที่ 6 ไม่แตกต่างจาก 'ไข้หวัดใหญ่' ที่มีอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ป่วยในระดับใกล้เคียงกัน ขณะที่การพัฒนาวัคซีนยังคงตามหลังการกลายพันธุ์ของไวรัสเนื่องจากกระบวนการผลิตใช้เวลานานทำให้วัคซีนที่ออกมาไม่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาดในปัจจุบัน
KEY
POINTS
- ศ.นพ.ยง ชี้ว่าความรุนแรงของโควิด-19 ในปีที่ 6 ไม่แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ป่วยในระดับใกล้เคียงกัน
- การพัฒนาวัคซีนยังคงตามหลังการกลายพันธุ์ของไวรัส เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้เวลานาน ทำให้วัคซีนที่ออกมามักไม่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ ณ ปัจจุบัน
- สายพันธุ์ไวรัสที่ใช้ผลิตวัคซีนในปัจจุบันเป็นคนละสายพันธุ์กับที่กำลังระบาดในประเทศไทย สะท้อนถึงปัญหาการพัฒนาวัคซีนที่วิ่งตามไวรัสไม่ทัน
7 กันยายน 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวเรื่อง การพัฒนาวัคซีน ตามหลังวิวัฒนาการของไวรัส เสมอ โดยระบุว่า ไวรัสโดยเฉพาะ RNA ไวรัส จะมีวิวัฒนาการ พัฒนาการตัวเองอยู่ตลอดเวลา และค่อนข้างรวดเร็ว
การพัฒนาวัคซีนในการป้องกัน ในปัจจุบันยังเป็นการไล่ตาม มากกว่าที่จะเป็นการสกัดกั้น เราจะเห็นได้ว่า วัคซีนแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็นวัคซีนโควิด 19 หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ การกำหนดสายพันธุ์จะกำหนดสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้ และคาดการณ์ว่าจะระบาดต่อไปในภายภาคหน้า
สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย ณ ขณะนี้เป็น RK.1 ซึ่งเป็นหลานของ NB.1.8.1 ระบาดเมื่อปีที่แล้ว วัคซีนที่อนุมัติให้ใช้ในอเมริกาขณะนี้เป็นสายพันธุ์ XFG เป็นคนละกิ่งกับสายพันธุ์ที่ระบาดในบ้านเรา สายพันธุ์ที่ระบาดในบ้านเราเป็นหลานเหลนของ JN.1
ความเป็นจริงในการทำวัคซีน ต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนกว่าจะเอามาใช้ได้ด้วยขั้นตอนการผลิต ที่ต้องใช้เวลา ทำให้ขนาดที่ใช้จริง ไวรัสก็มีการวิวัฒนาการตัวเองเดินไปข้างหน้า เหมือนกับเรากำลังไล่ตาม
แนวความคิดในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าว จะต้องมีวัคซีนชนิดที่ป้องกันได้กว้างขวางทั้งไวรัสในอดีตปัจจุบันและและอนาคต ของไวรัสชนิดเดียวกัน หรือที่เรียกว่า one for all
ขณะนี้เรารอนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดแตกต่างไปจากวิธีเดิม หรือคิดนอกกรอบ เพื่อให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ "หมอยง" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "การระบาดของโควิด-19 ในปีนี้ไม่เหมือนทุกปี" โดยระบุว่า ในแต่ละปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด-19 เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว โควิด-19 จะเริ่มระบาดหลังสงกรานต์ จนเข้าสู่ฤดูฝนและจะค่อยๆ ลดลงในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป แต่ในทางตรงกันข้ามของปีนี้ จะแตกต่างกับ 2 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ในปีนี้นับตั้งแต่ต้นปีมาพบน้อยมากเพิ่งจะมาระบาดเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาและขณะนี้ยังอยู่ที่พีคของโควิด-19 และเชื่อว่าจะลดลงในเดือนตุลาคม ในช่วงของนักเรียนปิดเทอม
การระบาดของโควิด-19 ฤดูกาลจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่มากขึ้นทุกที ไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ระบาดตอนต้นปีในช่วงฤดูหนาว และเริ่มระบาดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งช้ากว่าปกติเล็กน้อย และกลายเป็นฤดูกาลเดียวกับโควิด-19 ในปีนี้ แต่จำนวนผู้ป่วยของไข้หวัดใหญ่รวมกันมากกว่ากันถึง 3 เท่า
อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ป่วยทั้ง 2 โรคนี้ ไม่แตกต่างกันแล้ว โควิด-19 เสียชีวิต 16 ราย จากจำนวนผู้ป่วยประมาณแสนราย ไข้หวัดใหญ่เสียชีวิตประมาณ 50 ราย จากจำนวนผู้ป่วย 350,000 ราย ก็แสดงให้เห็นว่าโควิด-19 ไม่ได้ร้ายแรงไปกว่าไข้หวัดใหญ่







