thansettakij
thansettakij
กรมแพทย์แผนไทย-สกมช. เคลื่อนความมั่นคงไซเบอร์ ปกป้องข้อมูลสุขภาพ ภูมิปัญญาชาติ

กรมแพทย์แผนไทย-สกมช. เคลื่อนความมั่นคงไซเบอร์ ปกป้องข้อมูลสุขภาพ ภูมิปัญญาชาติ

10 ก.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 04:58 น.

กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ สกมช. ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ ปชช. และฐานข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยซึ่งเป็นมรดกสำคัญของชาติ พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือ 4 ด้านหลักการยกระดับมาตรฐานนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์

KEY

POINTS

  • กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ สกมช. เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงาน
  • มุ่งเน้นการปกป้องข้อมูลสำคัญ 2 ส่วน คือ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของผู้รับบริการ
  • กำหนดกรอบความร่วมมือ 4 มิติหลัก ได้แก่ นโยบายและมาตรฐาน, การพัฒนาบุคลากร, การเฝ้าระวังและรับมือ และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน
  • เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการใช้บริการ และรักษาความมั่นคงทางสารสนเทศของชาติ

10 กรกฎาคม 2569 ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมประชุมหารืออย่างเป็นทางการกับ พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงาน เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) มุ่งยกระดับการคุ้มครองข้อมูลและเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบดิจิทัลภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า การหารือในครั้งนี้เป้าหมายสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองระบบสารสนเทศและข้อมูลสำคัญของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้รัดกุมและได้มาตรฐานระดับสากล โดยเน้นย้ำไปที่ 2 ส่วนสำคัญ 

1.ข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาติที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมสูง

2. ข้อมูลสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะมีความปลอดภัยสูงสุดจากการถูกโจรกรรมหรือภัยคุกคามทางไซเบอร์การบูรณาการร่วมกับ สกมช. ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ และถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างยั่งยืนและปลอดภัย

ทั้งนี้ สองหน่วยงานพร้อมเดินหน้าผลักดันกรอบความร่วมมือใน 4 มิติหลัก เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย 1.นโยบายและมาตรฐาน ร่วมกันกำหนดกรอบนโยบายด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานไซเบอร์ของประเทศ 2. การพัฒนาบุคลากร เพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และความตระหนักรู้ด้านภัยไซเบอร์ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

3. การเฝ้าระวังและรับมือ สร้างระบบเตือนภัยและแนวปฏิบัติในการเผชิญเหตุ เมื่อเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างทันท่วงที 4. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น

ดร.นพ.พงศธร ระบุในตอนท้ายว่า ความร่วมมือระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ของการผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับความปลอดภัยยุคดิจิทัล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและรักษาความมั่นคงทางสารสนเทศของชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป