thansettakij
thansettakij
‘เลิดสิน’ เปิดเทคนิคใช้ ’หุ่นยนต์‘ ช่วยผ่าตัดแปลงเพศ ดันไทยสู่ Medical Hub

‘เลิดสิน’ เปิดเทคนิคใช้ ’หุ่นยนต์‘ ช่วยผ่าตัดแปลงเพศ ดันไทยสู่ Medical Hub

รพ.เลิดสิน ชูนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ พร้อมเทคนิคระดับโลกที่แม่นยำกว่าเดิม เผยความต้องการพุ่งจนคิวรอยาวถึง 1.5 ปี มั่นใจช่วยดันไทยสู่ Medical Hub

KEY

POINTS

  • โรงพยาบาลเลิดสินนำนวัตกรรมหุ่นยนต์มาช่วยในการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ (แปลงเพศ) เป็นแห่งแรกๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง สามารถเข้าถึงพื้นที่แคบและลึกได้ดีกว่าเดิม ลดการบาดเจ็บ และเพิ่มโอกาสความสำเร็จในเคสที่ซับซ้อน
  • การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษาให้ทัดเทียมนานาชาติ และสนับสนุนเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub)

หลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ความต้องการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีศักยภาพ ทั้งในมิติการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรม Medical Hub ของไทย

"โรงพยาบาลเลิดสิน" หนึ่งในศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพของประเทศ โดยนายแพทย์ธิติ เชาวนลิขิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ และนายแพทย์ฐานันดร ฉัตรสุภางค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศการยืนยันเพศสภาพ” จำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ประสบการณ์กว่า 20 ปี กับการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ

นายแพทย์ธิติ เชาวนลิขิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลเลิดสินเป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพมานานกว่า 20 ปี หลังจากมีนโยบาย พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม กระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ก็ได้สนับสนุนให้จัดตั้ง "ศูนย์ความเป็นเลิศการยืนยันเพศสภาพ"  (Lerdsin TransGender Center) เพื่อความเท่าเทียม

ทำให้อัตราการเติบโตของศูนย์ความเป็นเลิศการยืนยันเพศสภาพในปี 2568 ที่ผ่านมา มีจำนวนเคสพุ่งสูงขึ้นเกือบ 30 ราย และปัจจุบันมีคิวรอผ่าตัดยาวนานถึง 1 ปีครึ่ง โดยมีคนไข้ในลิสต์ประมาณ 50 ราย ที่พร้อมจะเข้ารับการเปลี่ยนตัวตนโดยทีมสหวิชาชีพดูแลครบวงจร ทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา สูตินรีแพทย์ การดูแลเรื่องฮอร์โมน ฯลฯ

“ผู้ที่เข้ารับบริการจะมีหลากหลายรูปแบบ แต่ในเกณฑ์การผ่าตัดยืนยันเพฒภาพจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป (18-20 ปีต้องมีผู้ปกครองยินยอม, 20 ปีขึ้นไปตัดสินใจเองได้) ต้องผ่านการประเมินอัตลักษณ์ทางเพศและความแน่ใจ โดยต้องใช้ชีวิตเป็นเพศนั้นและรับฮอร์โมนอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี ก่อนจิตแพทย์จะประเมินว่าไม่ใช่ความรู้สึกชั่วคราว เพื่อป้องกันปัญหาการอยากเปลี่ยนกลับในภายหลัง”

นายแพทย์ธิติ เชาวนลิขิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ

นวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) 

ทั้งนี้ ที่โรงพยาบาลเลิดสิน ได้นำนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) มาใช้ในการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญทางการแพทย์ และเป็นแห่งแรกๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำหุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับเทคนิคเยื่อบุช่องท้องแบบเต็มความยาว (Full-length Vaginoplasty) เทคนิคนี้ในไทยอาจถือเป็นที่แรกๆ ของโลกด้วย

“หุ่นยนต์จะช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นภาพได้นิ่งและชัดเจนขึ้นมาก (เปรียบเทียบเหมือนความชัดของ iPhone ที่เพิ่มขึ้น) ทำให้การเลาะเนื้อเยื่อ (dissection) มีความละเอียดสูงและแม่นยำกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ต่างจากการส่องกล้องแบบปกติที่เครื่องมือจะเป็นแท่งตรงและต้องใช้งัดผนังหน้าท้อง แต่หุ่นยนต์จะมี "ข้อต่อ" ที่ขยับได้เหมือนข้อมือมนุษย์ ทำให้สามารถทำงานในพื้นที่แคบและลึกในช่องท้องได้อย่างอิสระและละเอียดมาก”

นายแพทย์ธิติ กล่าวว่า ในการผ่าตัดปกติ ศัลยแพทย์จะเย็บจากด้านนอกเข้าไปได้ลึกเพียง 2 นิ้ว ขณะที่ทีมส่องกล้องทำจากด้านในลงมาได้ประมาณ 4-5 นิ้ว มักจะมีช่องว่างหรือรอยต่อตรงกลางที่เข้าถึงยาก ซึ่งในอดีตต้องใช้ผิวหนังที่ไม่มีชีวิตมาต่อเป็นรอยต่อนี้ เสี่ยงต่อการตายของเนื้อเยื่อ แต่หุ่นยนต์สามารถเข้าไปเย็บเชื่อมต่อในจุดที่ลึกและซับซ้อนนี้ได้โดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ โดยเฉพาะในเคสที่ซับซ้อน เคสคนไข้ที่มีภาวะอ้วน หรือเคสแก้ที่เคยผ่าตัดมาแล้ว

3 เทคนิคการผ่าตัด (จากชายเป็นหญิง)

ทั้งนี้ โรงพยาบาลเลิดสินใช้เทคนิคที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคนไข้ สัดส่วนหลักของผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายเป็นหญิง (Male-to-Female) ประมาณ 80% ต่อ 20% เมื่อเทียบกับกลุ่มหญิงเป็นชาย โดยกลุ่มชายเป็นหญิงจะสูงกว่ามาก แลุทีมแพทย์ที่ศูนย์ฯ มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการด้านการผ่าตัดจากชายเป็นหญิง

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านความซับซ้อนและราคา ในกรณีของกลุ่มหญิงเป็นชาย (Female-to-Male) หากเป็นการผ่าตัดส่วนล่าง (สร้างองคชาต) จะมีความซับซ้อนสูงมากและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผ่าตัดชายเป็นหญิงถึง 3-5 เท่าทำให้ความต้องการในส่วนนี้อาจไม่สูงเท่า โดยมี 3 เทคนิคการผ่าตัด (จากชายเป็นหญิง) ได้แก่

  • การใช้ผิวหนัง: เป็นวิธีมาตรฐานดั้งเดิม ราคาถูกที่สุด เพราะใช้ผิวหนังส่วนเกินจากถุงอัณฑะมาทำช่องคลอด
  • การใช้ลำไส้ใหญ่: ข้อดีคือมีความลึก (7-8 นิ้ว) และมีเมือกหล่อลื่นตามธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือสีไม่เหมือนช่องคลอดปกติ และอาจมีมูกตกขาวตลอดเวลาจนต้องใส่แผ่นอนามัย
  • การใช้เยื่อบุช่องท้อง: เป็นเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงผู้หญิงที่สุด สีสวย ยืดหยุ่นได้ดี และไม่มีมูกเลอะเทอะเท่าลำไส้

“ค่าใช้จ่ายและสิทธิ์การรักษาการคาดการณ์ว่า ทั่วประเทศไทยมีเคสผ่าตัดแปลงเพศ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน อยู่ที่ประมาณ 60 - 70 เคสต่อเดือน ค่าบริการโรงพยาบาลเอกชนจะไม่เท่ากัน แต่ในโรงพยาบาลรัฐเฉลี่ยประมาณ 200,000 - 300,000 บาท  ส่วนเปลี่ยนหญิงเป็นชาย (ตัดหน้าอก) ประมาณ 100,000 บาท หากเป็นผ่าตัดส่วนล่าง (สร้างองคชาต) ราคาจะสูงกว่า 3-5 เท่า (ประมาณ 400,000 บาทขึ้นไป) เนื่องจากความซับซ้อนและต้องใช้จุลศัลยกรรม”

ศักยภาพด้าน Medical Hub และต่างชาติ

นายแพทย์ธิติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสิทธิ์ สปสช. เริ่มพิจารณาให้สิทธิ์ในบางกรณี เช่น ผู้ที่มีความคับข้องใจในเพศสภาพรุนแรง (Gender Dysphoria) หรือการให้ฮอร์โมนเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนหลังผ่าตัด จุดนี้จะช่วยผลักดันไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกด้านการผ่าตัดแปลงเพศ เนื่องจากแพทย์ไทยมีฝีมือประณีตและสภาพสังคมก็เปิดกว้าง

โดยประเมินมูลค่าเศรษฐกิจและประมาณการว่ามีชาวต่างชาติบินมาผ่าตัดในไทยเดือนละ 60-70 ราย สร้างรายได้หมุนเวียนเฉพาะค่าผ่าตัดกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ) หากภาครัฐสามารถปลดล็อกเรื่อง Medical Visa (ให้ยาวขึ้นถึง 1-5 ปี) และประสานงานกับ NGO ต่างประเทศในลักษณะ G2G เพื่อดึงคนไข้จากประเทศที่เข้าไม่ถึงบริการ เช่น อินโดนีเซีย หรือจีน จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

นายแพทย์ฐานันดร ฉัตรสุภางค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์

นายแพทย์ฐานันดร ฉัตรสุภางค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ กล่าวว่า ศูนย์ความเป็นเลิศการยืนยันเพศสภาพ โรงพยาบาลเลิดสินมุ่งเน้นการเป็น "ศูนย์ที่พึ่งของประชาชน" ให้คนไทยเข้าถึงการผ่าตัดที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อป้องกันการไปผ่าตัดในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิต

และการหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะเข้ามาเสริมศักยภาพการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก ช่วยให้ศัลยแพทย์เข้าถึงอวัยวะภายในได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความละเอียดในการผ่าตัด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ และส่งเสริมผลลัพธ์การรักษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความสำเร็จนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของหุ่นยนต์ในการรองรับการผ่าตัดเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูง แต่ยังตอกย้ำความพร้อมของทีมแพทย์ไทยในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาให้ทัดเทียมระดับสากล พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์เฉพาะทางและเมดิคัลฮับของภูมิภาคต่อไป