thansettakij
thansettakij
สธ.เตือนสงครามตะวันออกกลาง ดันยา-เวชภัณฑ์เสี่ยงขึ้นราคา 10-15%

สธ.เตือนสงครามตะวันออกกลาง ดันยา-เวชภัณฑ์เสี่ยงขึ้นราคา 10-15%

02 มิ.ย. 69 | 12:40 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 13:34 น.

ปลัดสธ. กำชับโรงพยาบาลทั่วประเทศจับตาผลกระทบสู้รบตะวันออกกลางใกล้ชิด ระบุ ขณะนี้ยาและเวชภัณฑ์ยังไม่ขาดแคลน แต่อนาคตเสี่ยงราคาพุ่ง 10-15% กำชับรายงานสต็อกทุก 3 สัปดาห์ หากพบสัญญาณขาดแคลนให้รายงานด่วนทันที

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจทำให้ราคายาและเวชภัณฑ์สูงขึ้นในอนาคต
  • สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศตรวจสอบและรายงานปริมาณยา เวชภัณฑ์ และวัสดุการแพทย์คงคลังทุก 3 สัปดาห์
  • หากพบยาหรือเวชภัณฑ์รายการใดขาดแคลน ให้แจ้งรายงานทันทีโดยไม่ต้องรอรอบการรายงานปกติ

กระทรวงสาธารณสุข ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับ แม้ปัจจุบันยังไม่พบปัญหาขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ แต่คาดว่าต้นทุนและค่าขนส่งอาจปรับเพิ่มขึ้น 10-15% จึงสั่งให้ทุกพื้นที่ติดตามสต็อกยาอย่างใกล้ชิด  

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งที่ 7 ว่า ภาพรวมการจัดระบบบริการสุขภาพดิจิทัลและการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อรองรับสถานการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ในส่วนของการบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ และวัสดุการแพทย์นั้นแม้ว่าปัจจุบันสามารถบริหารจัดการได้ยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนแต่แนวโน้มในอนาคตคาดว่าจะพบปัญหาการขึ้นราคาจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10-15% จึงให้รายงานปริมาณคงคลังทุก 3 สัปดาห์และให้เขตสุขภาพตรวจสอบเรื่องการขนส่งและกำกับการรายงานให้มีความต่อเนื่อง

หากพบการขาดแคลนทั้งที่อยู่ในและนอกรายการเฝ้าระวัง ให้แจ้งรายงานทันที ไม่ต้องรอรอบการรายงาน

ขณะที่เรื่องการจัดระบบบริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 30 พฤษภาคม 2569 พบว่า ประชาชนให้ความเชื่อมั่นและเข้าถึง Telemedicine เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยเข้าใช้บริการรวมกว่า 683,038 ครั้ง จากผู้ป่วยนอกทั้งหมด 9.2 ล้านครั้ง คิดเป็น 7.39% โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนแนวโน้มสูงขึ้นเป็น 15% ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามคู่มือแนวทางปฏิบัติของกองบริหารการสาธารณสุข โดยเฉพาะกลุ่มโรคเรื้อรังอาการคงที่ตามประกาศเบิกจ่ายของประกันสังคมและ สปสช.

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ.ประชุมติดตามการจัดระบบบริการและบริหารจัดการทรัพยากรรองรับสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สำหรับมาตรการลดการใช้พลังงาน เรื่องการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ของบุคลากรทั่วประเทศ ข้อมูลวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 หน่วยงานส่วนกลาง สายงานสนับสนุน (Back Office) มีการ Work From Home  72.22% หน่วยงานส่วนภูมิภาค Back Office ดำเนินการ 18.66% และบุคลากรทางการแพทย์ 4.04%

เรื่องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ข้อมูลล่าสุดวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พบว่า ทั้ง 12 เขตสุขภาพสามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง 83.39 ล้านหน่วย ประหยัดค่าไฟได้ 968.57 ล้านบาท

ส่วนเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2569 มีการใช้รวม 3.61 ล้านลิตร เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ที่มีการใช้ 4.12 ล้านลิตร พบลดลง 12.4% ประหยัดได้ 20.05 ล้านบาท