
ประกาศกักตัว 'ชาวคองโก-ยูกันดา' อย่างน้อย 21 วัน สกัดอีโบลาเข้าไทย
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบยกระดับมาตรการสาธารณสุขคุมเข้ม 'ไวรัสอีโบลา' กำหนดให้ผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 'ดีอาร์คองโก-ยูกันดา' ต้องกักกันในสถานที่ที่กำหนดอย่างน้อย 21 วันและหากมีอาการป่วยที่เข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาให้แยกกักตัวในสถานพยาบาลอย่างน้อย 21 วัน
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดาเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เพื่อสกัดกั้นการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา
- ผู้เดินทางที่มาจากหรือผ่านทั้งสองประเทศดังกล่าวจะต้องถูกกักตัวในสถานที่ที่กำหนดเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน ไม่ว่าจะแสดงอาการหรือไม่ก็ตาม
- ผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว เพื่อควบคุมและคัดกรองโรคอย่างเข้มงวด
26 พฤษภาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับมอบหมายจาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 โดย นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ
โดยปัจจุบันพบการระบาดหลักในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีผู้ป่วยสงสัยสะสม 867 ราย เสียชีวิต 214 ราย (ยืนยันผล 10 ราย และผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยที่เสียชีวิต 204 ราย) และได้แพร่ระบาดข้ามแดนไปยังสาธารณรัฐยูกันดา พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย
ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะยังไม่เคยพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศ แต่มีความเสี่ยงจากการเดินทางระหว่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่หรือผ่านพื้นที่ที่มีการระบาด
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ประกาศให้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เพื่อให้มีการปรับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นโรคเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเข้มงวดและทันท่วงที
นพ.สมฤกษ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบให้ใช้มาตรการทางกฎหมายในการคัดกรองผู้เดินทางที่มาจากหรือผ่านเขตติดโรคทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะออกหนังสือคำสั่งถึงผู้เดินทางทุกคน ให้ผู้เดินทางที่ "ไม่มีอาการ" ต้องถูกกักกันในสถานที่ที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน
กรณีผู้เดินทางที่ "มีอาการป่วยเข้าได้กับอาการโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา" จะถูกแยกกักในสถานพยาบาลของรัฐที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน โดยอนุญาตให้ผู้เดินทางลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) เพียงสนามบินเดียวซึ่งกรมควบคุมโรคได้จัดสถานที่กักกันให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการกักกันและแยกกักภายใน 72 ชั่วโมงแรก
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางมาจากประเทศหรือผ่านประเทศที่เป็นเขตติดโรค และให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ หน่วยงานระดับพื้นที่ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยาน ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ในการตรวจสอบและติดตามถิ่นที่อยู่และการเดินทาง
รวมถึงสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า ประเทศไทยมีการเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และคัดกรองโรค ทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และระบบควบคุมโรค และขอความร่วมมือผู้เดินทางทุกคนให้ข้อมูลประวัติการเดินทางตามความเป็นจริง เพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ







