thansettakij
thansettakij
สธ. ผนึกภาคี เดินหน้า “Proactive Care” โรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

สธ. ผนึกภาคี เดินหน้า “Proactive Care” โรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

25 พ.ค. 69 | 10:11 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 69 | 10:14 น.

สธ. ผนึก สปสช. EACC ชูยุทธศาสตร์ “Proactive Care” รุกค้นหาผู้ป่วยโรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง เร่งดันคลินิกคุณภาพใน รพช. - รพ.สต. ตามเป้าใหม่ 90%

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมมือกับ สปสช. และเครือข่ายคลินิก EACC เดินหน้ายุทธศาสตร์ "Proactive Care" เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ในเชิงรุก
  • มุ่งเน้นการค้นหาผู้ป่วยตั้งแต่ในระดับชุมชนเพื่อลดอัตราการกำเริบของโรค ซึ่งปัจจุบันยังสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้
  • ตั้งเป้าขยาย "คลินิกคุณภาพ" ให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. มากกว่า 90% ภายในปี 2569 โดยมี สปสช. สนับสนุนงบประมาณและใช้ระบบการจ่ายเงินตามคุณค่า (Value-Based Payment)

นายแพทย์เกษม ตั้งเกษมสำราญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 13  กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาโรคไม่ติดต่อ ด้านโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC)

จัดประชุมวิชาการเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC) ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด "PROACTIVE CARE & VALUE-BASED PRECISION"- รุกค้นหา รักษาแม่นยำ สู่ความคุ้มค่าที่ยั่งยืน มุ่งยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ให้เข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ลดภาระระบบสาธารณสุขและสร้างความยั่งยืนให้ระบบสุขภาพไทย

พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากระบบสารสนเทศ (HDC) ของกระทรวงสาธารณสุขปีงบประมาณ 2569 ที่สะท้อนทั้งความสำเร็จในการขยายคลินิกคุณภาพ (Value Based Healthcare) และ ประเด็นท้าทายที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะอัตราการกำเริบ ของ COPD ในภาพรวมประเทศปี 2568  135.2 ครั้งต่อ 100 ผู้ป่วย ที่ยังสูงกว่าค่าเป้าหมาย ≤ 110 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญ

เดินหน้านโยบาย Preventive Healthcare

"โรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นหนึ่งในภาระโรคที่สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ภายใต้ความท้าทายของปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงในหลายภูมิภาค กระทรวงสาธารณสุข จึงมุ่งเน้นนโยบาย 'การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน' (Preventive Healthcare) ผ่านกลไก Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ

ที่ยกระดับคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง สู่ 'คลินิกคุณภาพ' และส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทาง Value-Based Healthcare (VBHC) รวมถึงส่งเสริมการป้องกันเชิงรุก หวังลดความรุนแรงของโรค ตั้งแต่ระดับโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วย จะช่วยลดอาการกำเริบเฉียบพลัน ลดภาระห้องฉุกเฉิน และคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนได้อย่างยั่งยืน"

สธ. ผนึกภาคี เดินหน้า “Proactive Care” โรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ด้านนายแพทย์รักษ์พงศ์ เวียงเจริญ ประธานร่วมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาโรคไม่ติดต่อ ด้านโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากระบบ Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข สะท้อนผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด Service Plan ด้านโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ปีงบประมาณ 2568 ว่า

ตั้งเป้าการรักษาครอบคลุมรพ.สป.สธ. 90%

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาระโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ยังคงสูงกว่าค่าเป้าหมายในหลายตัวชี้วัดสำคัญ ทั้งอัตราการกำเริบเฉียบพลันในโรค COPD และอัตราการกำเริบในโรคหืดทั้งกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 15 ปีขึ้นไป และกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ขณะเดียวกันความครอบคลุมของคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังคุณภาพ มีพัฒนาการในทิศทางบวกอย่างชัดเจน

"ข้อมูลผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ชี้ชัดว่า ภาพรวมระดับประเทศยังมีอัตราการกำเริบ (135.2 ครั้ง) สูงกว่าค่าเป้าหมาย ≤ 110 ครั้งต่อ 100 ผู้ป่วยที่กำหนดไว้ในตัวชี้วัด Service Plan ปี 2569 บ่งชี้ว่า ทุกเขตสุขภาพยังต้องค้นหาผู้ป่วยและการดูแลในเชิงรุกอย่างเร่งด่วน”

ขณะที่อัตรากำเริบโรคหืดในผู้ป่วยอายุ 15 ปีขึ้นไป ภาพรวมประเทศอยู่ที่ 47.11 ครั้งต่อ 100 ผู้ป่วย ยังเกินค่าเป้าหมาย ≤ 35 ครั้ง ที่กำหนดไว้สำหรับปี 2569 และในกลุ่มอายุน้อยกว่า 15 ปี ภาพรวมประเทศอยู่ที่ 62.4 ครั้งต่อ 100 ผู้ป่วย เกินเป้า ≤ 45 ครั้งเช่นกัน— ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าระบบมีโอกาสพัฒนาอีกมาก และต้องเร่งดำเนินการแบบบูรณาการ

สธ. ผนึกภาคี เดินหน้า “Proactive Care” โรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความครอบคลุมของคลินิกคุณภาพถือเป็นข่าวดี โดยภาพรวมประเทศปี 2568 มีโรงพยาบาลที่จัดบริการ Asthma & COPD Clinic ผ่านเกณฑ์แล้วถึงร้อยละ 83.3 เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากร้อยละ 56.5 ในปีก่อนหน้า

ดังนั้น เป้าหมายของ Service Plan ปี 2569 จึงตั้งไว้สูงขึ้นที่ 'มากกว่าร้อยละ 90' ของโรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. พร้อมเร่งแก้ปัญหาคอขวด เช่น การขาดแคลนเครื่องตรวจวัดสมรรถภาพปอด และการผลักดันการดำเนินงานตามแนวทางคลินิกคุณภาพ มุ่งเน้นการบูรณาการร่วมสหวิชาชีพและเครือข่าย หวังเป็นกลไกสำคัญในการดูแลรักษาและค้นหาผู้ป่วยในเชิงรุก

เดินหน้าเชิงรุก ป้องกันก่อนรักษา

แพทย์หญิงลลิตยา กองคำ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาคลินิกคุณภาพสำหรับผู้ป่วย Asthma และ COPD ภายใต้แนวคิด Value-Based Healthcare (VBHC) อย่างต่อเนื่อง

โดยในปีงบประมาณ 2569 ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนจำนวน 73 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 และมุ่งหวังจะขยายผลเพิ่มขึ้นในปี 2570 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนเชิงรุก เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค ลดการเข้ารักษาในโรงพยาบาล และลดภาระต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาว

"กลไกการจ่ายเงินแบบมุ่งเน้นคุณค่า (Value-Based Payment: VBP) ของ สปสช. ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดโครงสร้างบริการปฐมภูมิที่มีอยู่เดิม โดยสนับสนุนให้หน่วยบริการนำส่งผู้ป่วย Asthma และ COPD เข้าสู่ระบบการรักษา ควบคู่กับการ ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดอัตราการกำเริบและการเข้ารับบริการห้องฉุกเฉิน อันเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันโรคและการลดภาระสุขภาพของประชาชนในระยะยาว"

สำหรับหน่วยบริการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดี ทั้งในด้านการเข้าถึงการรักษา การลดการกำเริบของโรคและการลดการนอนโรงพยาบาล จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน

สธ. ผนึกภาคี เดินหน้า “Proactive Care” โรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

รองศาสตราจารย์นายแพทย์วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC) กล่าวว่า ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา EACC ได้ขยายเครือข่ายโรงพยาบาลถึง 1,400 แห่งทั่วประเทศ ด้วยหัวใจสำคัญคือการทำงานเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพในรูปแบบ 5 Simple Steps ที่ครอบคลุมตั้งแต่พยาบาลคัดกรอง เภสัชกรประเมินการใช้ยา แพทย์วินิจฉัยและรักษาตามแนวทาง พยาบาลให้ความรู้ผู้ป่วย และเภสัชกรให้คำปรึกษาเรื่องยา

"ในปี 2569 EACC เราประกาศจุดยืนว่า จะไม่ตั้งรับรอผู้ป่วยมีอาการรุนแรงแล้วค่อยรักษา แต่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ 'การเร่งค้นหาเชิงรุก' ประสานกับชุมชนตั้งแต่ระดับ Pre-Hospital โดย รพช. ,และ รพ.สต. ทำการคัดกรองเบื้องต้น จากนั้นส่งต่อผู้ป่วยเข้ามาที่ระดับ In-Hospital เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐานในคลินิกคุณภาพ และต่อเนื่องไปยัง Post-Hospital ในการติดตามดูแล เพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ — กรอบ Pre–In–Post Hospital นี้คือทิศทางที่ EACC จะใช้ขับเคลื่อนร่วมกับ สธ. และ สปสช.ในปี 2569 นี้"

ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือคลินิกคุณภาพ COPD & Asthma ขยายจากร้อยละ 56.5 เป็นร้อยละ 83.3 ในรอบเดียว และเป้าหมายปี 2569 ที่ตั้งไว้ 'มากกว่าร้อยละ 90' ของโรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. นั้น EACC พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน

โดยจะมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพของคลินิกที่มีอยู่แล้ว ขยายเครือข่ายในเขตวิกฤต และนำองค์ความรู้จากศูนย์ความเป็นเลิศ เช่น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มาเผยแพร่สู่โรงพยาบาลในเครือข่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยทั่วประเทศได้รับการรักษาตามมาตรฐานเดียวกัน เข้าสู่ภาวะโรคสงบ (Remission) และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน