thansettakij
thansettakij
กรมควบคุมโรค เตือนกิน 'หมูดิบ' เสี่ยงไข้หูดับ พบป่วยแล้ว 241 ราย

กรมควบคุมโรค เตือนกิน 'หมูดิบ' เสี่ยงไข้หูดับ พบป่วยแล้ว 241 ราย

28 เม.ย. 69 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :28 เม.ย. 69 | 06:32 น.

กรมควบคุมโรค เปิดสถิติ 'ไข้หูดับ' พบมากสุดในกลุ่มวัยทำงาน-ผู้สูงอายุ เตือนงดบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี กิจกรรมรวมกลุ่ม ชี้ หากมีอาการปวดหัว คอแข็ง หลังสัมผัสหรือกินหมูดิบให้รีบพบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติชัดเจนช่วยลดเสี่ยงเสียชีวิต

KEY

POINTS

  • กรมควบคุมโรคเตือนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคหมูดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงป่วยเป็นโรคไข้หูดับ โดยพบผู้ป่วยแล้ว 241 รายตั้งแต่ต้นปี 2569
  • โรคไข้หูดับเป็นเชื้อรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่งผลให้สูญเสียการได้ยินถาวร พิการ หรือเสียชีวิตได้
  • กลุ่มผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยกรมควบคุมโรคเน้นย้ำหลักป้องกันคือ "กินสุก แยกอุปกรณ์ สะอาดทุกขั้นตอน"

28 เมษายน 2569 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หูดับ (Streptococcus suis) โรคติดเชื้อรุนแรงที่อาจนำไปสู่ภาวะหูหนวกถาวร พิการหรือเสียชีวิตได้ ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมรวมกลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน เน้นย้ำหลัก "กินสุก แยกอุปกรณ์ สะอาดทุกขั้นตอน" เป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญที่สุด

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 241 ราย (อัตราป่วย 0.371 ต่อประชากรแสนคน) โดยพบมากในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับพื้นที่ที่พบรายงานผู้ป่วยต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

สถานการณ์ปีนี้ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศร้อนและมีพฤติกรรมบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มากขึ้น

โรคนี้อาจเริ่มจากอาการคล้ายไข้ทั่วไป แต่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวรหรือเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าประมาทกับการกินหมูดิบแม้เพียงเล็กน้อย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ติดเชื้อมักเริ่มมีอาการภายใน 3 วันหลังรับเชื้อ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น คอแข็ง ซึม ชัก หรือมีจ้ำเลือดตามผิวหนัง เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังเยื่อหุ้มสมอง จะทำให้เกิด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาจลุกลามไปยังประสาทหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการหูตึง หูดับ หรือหูหนวกถาวรได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

ความอันตรายของโรคนี้อยู่ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็ว หลายรายจากคนปกติ กลายเป็นผู้พิการทางการได้ยินภายในไม่กี่วัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น หากมีไข้ร่วมกับประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูดิบ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติเสี่ยงให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงการหูหนวกและการเสียชีวิตได้

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรค ขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคไข้หูดับ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้ปรับพฤติกรรมการบริโภคและการประกอบอาหารอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1.บริโภคอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบทุกชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการติดเชื้อ

2. แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารระหว่างเนื้อหมูดิบและสุก ไม่ใช้เขียงหรือภาชนะร่วมกัน เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อ

3. เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ไม่บริโภคเนื้อที่มีสีคล้ำหรือมีกลิ่นผิดปกติ

4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น ถุงมือ รองเท้าบูท หรือหน้ากากอนามัย

5. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมู เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

6. หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี หรือกิจกรรมรวมกลุ่ม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน

7. หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หรืออาการผิดปกติภายหลังมีประวัติเสี่ยง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การบริโภคหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการกินที่ผิดสุขลักษณะ แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรืออันตรายถึงชีวิตได้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบ และยึดหลัก "กินสุก สะอาด ปลอดภัย" เพื่อปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422