thansettakij
thansettakij
ครั้งแรกในไทย รพ.ราชวิถี ใช้ 'หุ่นยนต์' ผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายสำเร็จ

ครั้งแรกในไทย รพ.ราชวิถี ใช้ 'หุ่นยนต์' ผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายสำเร็จ

28 เม.ย. 69 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :28 เม.ย. 69 | 05:03 น.

รพ.ราชวิถี ประสบความสำเร็จผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Robotic Surgery เป็นครั้งแรกของไทย ยกระดับการรักษาที่มีความแม่นยำสูง ลดเจ็บ เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหลังผ่าตัด

KEY

POINTS

  • โรงพยาบาลราชวิถีประสบความสำเร็จในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
  • การใช้หุ่นยนต์ช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง ด้วยทัศนวิสัยแบบ 3 มิติ ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดภาวะแทรกซ้อน และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว
  • ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์ของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub)

28 เมษายน 2569 นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เน้นยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) และการปลูกถ่ายอวัยวะ มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการรักษาแม่นยำสูง (High Precision) ลดภาวะแทรกซ้อน นำร่องใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงของประเทศ ที่มุ่งเน้นการรักษาอย่างแม่นยำ ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการเฉพาะทางขั้นสูง พร้อมทั้งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ (Medical Hub)

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การผ่าตัดครั้งประวัติศาสตร์นี้สำเร็จลุล่วงด้วยการผนึกกำลังของ 2 ศูนย์ความเป็นเลิศ ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบปัสสาวะ (COE Robot Assisted Urological Surgery) และ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ (COE Organ Transplant) ภายใต้การนำของทีมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ และทีมอายุรศาสตร์เฉพาะทางโรคไตโรงพยาบาลราชวิถี

การผ่าตัดครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะในกรณีการปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายที่มีข้อจำกัดด้านเวลาอย่างมาก ดังนั้น การบริหารจัดการเวลาได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถดำเนินการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย และไตที่ปลูกถ่ายสามารถทำงานได้ดี ผู้ป่วยฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ครั้งแรกในไทย รพ.ราชวิถี ใช้ 'หุ่นยนต์' ผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายสำเร็จ

ผศ.(พิเศษ) นพ.ธเนศ ไทยดำรงค์ หัวหน้างานศัลยกรรมระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลราชวิถี ระบุว่า การผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจากผู้บริจาคสมองตายในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในระบบปัสสาวะกว่า 400 ราย และประสบการณ์การปลูกถ่ายไตสำเร็จกว่า 449 ราย โดยทีมปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลราชวิถี

การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในการปลูกถ่ายไตมีข้อดีที่โดดเด่นกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแบบดั้งเดิม คือ ทัศนวิสัยแบบ 3D High Definition ของกล้องหุ่นยนต์ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อขนาดเล็กได้ชัดเจนกว่าการผ่าตัดแบบเปิดกว่า 30 เท่าด้วยกำลังขยายของกล้องกับความคล่องตัวของแขนกลหุ่นยนต์สามารถหมุนได้รอบทิศทาง

แผลจากการใช้หุ่นยนต์จะมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่เซนติเมตรสำหรับใส่เครื่องมือ และแผลขนาดประมาณ 6-7 เซนติเมตรเพื่อนำไตเข้าสู่ร่างกาย โดยเทคนิคดังกล่าวสามารถลดภาวะแทรกซ้อน ลดความเสี่ยงการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด และลดโอกาสการเกิดไส้เลื่อนหน้าท้องในอนาคต

ครั้งแรกในไทย รพ.ราชวิถี ใช้ 'หุ่นยนต์' ผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตายสำเร็จ

ด้วยความพร้อมทั้งด้านบุคลากรสหวิชาชีพ ระบบการดูแล คำแนะนำจากนายแพทย์วรพจน์ ชุณหคล้าย ที่ปรึกษาหน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ การสนับสนุนโดย นายแพทย์ภาสุ สุขีพจน์ ประธานศูนย์ความเป็นเลิศการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ทีมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ ทีมวิสัญญี ทีมพยาบาล และการสนับสนุนโดย มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี  ทำให้เกิดความร่วมมือจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีในครั้งนี้

แพทย์หญิงกรทิพย์ ผลโภค เลขานุการ Service plan สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ กระทรวงสาธารณสุข และเลขานุการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า การปลูกถ่ายไตในผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฟอกเลือดล้างไตอย่างชัดเจน โดยช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงปกติมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนรอการปลูกถ่ายอวัยวะมากกว่า 8,000 ราย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ จุดบริการในโรงพยาบาลทุกแห่ง จุดบริการภาคีเครือข่าย เช่น กรมการปกครอง (จุดทำบัตรประชาชน) กรมการขนส่งทางบก (จุดทำใบขับขี่) ช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" รวมถึงแพลตฟอร์ม e-Living Will ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และช่องทางหลักของศูนย์รับบริจาคอวัยวะและศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย