
'หมอยง' เตือน คนไทยอายุต่ำกว่า 40 ปี เสี่ยง 'ตับอักเสบ เอ'
ศ.นพ.ยง เตือน คนไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบ เอ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ แนะวิธีป้องกันตัวเองทำได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย รับประทานอาหาร ดื่มน้ำที่สะอาด
KEY
POINTS
- ศ.นพ.ยง เตือนว่าคนไทยที่อายุต่ำกว่า 40 ปีส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบ เอ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ
- สาเหตุเกิดจากสุขอนามัยที่ดีขึ้นในปัจจุบัน ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้รับเชื้อตามธรรมชาติเหมือนคนรุ่นก่อนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานแล้ว
- การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยเรื่องอาหารและน้ำดื่มให้สะอาด หรือฉีดวัคซีนซึ่งมีประสิทธิภาพสูงแต่ยังไม่รวมอยู่ในวัคซีนภาคบังคับ
27 เมษายน 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงการระบาดของที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้โดยระบุว่า คนไทยอายุต่ำกว่า 40 นั้น เสี่ยงเป็น โรคตับอักเสบเอ เนื่องจากไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอโดยธรรมชาติโดยภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอจะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นหลังอายุ 40 ปีขึ้นไปและอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะมีภูมิต้านทานแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี ตับอักเสบ เอ ในประเทศไทยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่มีการระบาดต่ำ (low endemicity)
สำหรับโพสต์ดังกล่าวมีใจความระบุว่า การมีสุขอนามัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มและอาหาร เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ เรากินน้ำดื่มเป็นขวด ของใครของมัน และความสะอาดต่าง ๆ ทางด้านสุขอนามัยดีขึ้น ทำให้เราไม่เห็นการระบาดของโรค ตับอักเสบ เอ มานานแล้ว พบเป็นเพียงราย ๆ
ในอดีตเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว มีการระบาดใหญ่หลายครั้ง ที่ระบาดใหญ่ที่สุดที่ผมได้เห็นคือการระบาดใหญ่ที่เชียงราย ในปี 2548 มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 2 คน ต่อมาระบาดใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปี 2555 ที่จังหวัดบึงกาฬ
เราได้ทำการศึกษาภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบ เอ ในประชากรไทย ดังแสดงในรูป จะเห็นว่าในปัจจุบันนี้ ประชากรไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอโดยธรรมชาติ และภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอ จะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นหลังอายุ 40 ปีขึ้นไป และอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะมีภูมิต้านทานแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังแสดงในรูป
โรคตับอักเสบเอ อาการที่เด่นชัดจะเป็นตัวเหลืองตาเหลือง หรือที่เรียกว่า ดีซ่าน หรือไวรัสลงตับ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ในวันแรกแต่ไข้มักจะไม่สูง มีคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง บางรายอาจจะมีท้องเสียได้ อาการจะเป็นในวันแรก ๆ เท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มเห็นตัวและตาเหลือง โรคนี้มีอัตราตายที่ค่อนข้างต่ำ ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีอายุเกิน 40 ปีและมีโรคตับอยู่ก่อนแล้วหรือมีโรคประจำตัวที่มีร่างกายอ่อนแอ
ตับอักเสบเอ สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ปัจจุบันวัคซีนยังราคาค่อนข้างแพง ยังไม่ได้อยู่ในภาคบังคับ การจะรับวัคซีนจึงต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเอง และเมื่อประชากรส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทาน เมื่อมีการหลุดรอดของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ เข้ามาในกลุ่มประชากรก็อาจจะเกิดการระบาดได้
ในอดีตประเทศไทยมีการระบาดน้อยมาก จึงยังไม่ได้มีการจัดให้วัคซีนในกลุ่มประชากรไทยที่ไม่มีภูมิต้านทาน แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันโรคและสามารถอยู่ระยะยาวมาก วัคซีนจึงเป็นทางเลือก การป้องกันในปัจจุบัน จึงมุ่งเน้น ในการดูแลเรื่องสุขอนามัย เรื่องความสะอาดของน้ำดื่มและอาหารที่รับประทาน การล้างมือให้สะอาด รวมทั้งการควบคุมการระบาด อย่างรวดเร็วไม่ให้แพร่กระจายออกไป







