thansettakij
thansettakij
แฉผู้บริหาร รพ.สธ.ส่อทุจริตเชิงระบบ จัดซื้อผิด เวชภัณฑ์ขาดมือ กระทบคุณภาพรักษา

แฉผู้บริหาร รพ.สธ.ส่อทุจริตเชิงระบบ จัดซื้อผิด เวชภัณฑ์ขาดมือ กระทบคุณภาพรักษา

25 เม.ย. 69 | 10:31 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 10:42 น.

เปิดเอกสารร้องเรียนแฉผู้บริหารโรงพยาบาลสังกัด สธ. ส่อทุจริตเชิงระบบ ใช้งบผิดทาง จัดซื้อเกินจำเป็น เวชภัณฑ์ขาดมือ กระทบคุณภาพรักษาและการเงินตึงตัว

KEY

POINTS

  • ผู้บริหารโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขถูกกล่าวหาว่าทุจริตเชิงระบบ แทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารงบประมาณผิดพลาด
  • มีการจัดซื้อครุภัณฑ์เกินความจำเป็น เช่น เครื่อง Auto CPR และใช้งบประมาณไปกับการปรับปรุงสถานที่มากกว่างานบริการผู้ป่วย
  • ส่งผลให้ยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการรักษาขาดแคลน เช่น น้ำเกลือและเข็มฉีดยา กระทบต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโดยตรง

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2569 สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป เผยแพร่ข้อความโดยมีเนื้อหาระบุว่า  แฉยับ! ผู้บริหาร รพ.สธ. ถูกกล่าวหาทุจริตเชิงระบบ จัดซื้อผิดทิศ งบไม่ถึงหน้างาน ซ้ำเติมระบบการเงินตึงตัว  

โดยเอกสารร้องเรียนที่ถูกเผยแพร่ในวงกว้าง กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อแวดวงสาธารณสุข หลังมีการกล่าวหาผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่ามีพฤติกรรมทุจริตเชิงระบบและบริหารงานผิดหลักธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่ปัญหาการใช้งบประมาณผิดทิศทาง ระบบการเงินตึงตัว และคุณภาพการรักษาพยาบาลที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สาระสำคัญในเอกสารระบุว่า ผู้บริหารถูกตั้งข้อกล่าวหาใช้อำนาจในตำแหน่งแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมมีข้อสงสัยว่าอาจมีการตกลงผลประโยชน์กับบริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์บางราย ส่งผลให้เกิดการจัดหาอุปกรณ์เกินความจำเป็น หรือไม่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในหน่วยบริการ

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งข้อสังเกต คือการจัดซื้อเครื่อง Auto CPR จำนวน 20 เครื่อง ทั้งที่หลายหอผู้ป่วยไม่เคยมีการใช้งานเครื่องดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามถึงความคุ้มค่าและความจำเป็นของการใช้งบประมาณในโครงการนี้

แฉผู้บริหาร รพ.สธ.ส่อทุจริตเชิงระบบ จัดซื้อผิด เวชภัณฑ์ขาดมือ กระทบคุณภาพรักษา

นอกจากการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่ถูกมองว่าไม่ตอบโจทย์ภารกิจรักษาพยาบาลแล้ว เอกสารร้องเรียนยังระบุด้วยว่า งบประมาณของโรงพยาบาลจำนวนมากถูกนำไปใช้กับการปรับปรุงสถานที่ ห้องประชุม และภูมิทัศน์ มากกว่างานบริการผู้ป่วย ขณะเดียวกันกลับมีการจ้างบุคลากรบางตำแหน่งเกินความจำเป็น อาทิ แม่บ้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ผลจากการบริหารงบประมาณในลักษณะดังกล่าว ถูกระบุว่าได้ซ้ำเติมให้ระบบการเงินของโรงพยาบาลยิ่งตึงตัว และสะท้อนออกมาชัดเจนในภาคบริการ เมื่ออุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการรักษาหลายรายการกลับขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นยา น้ำเกลือ เข็มฉีดยา และ syringe รวมถึงเครื่องมือบางอย่างที่แม้มีอยู่แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง หรือมีคุณภาพต่ำจนไม่รองรับมาตรฐานการรักษา

เอกสารยังชี้ว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้แพทย์และพยาบาลไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโดยตรง ขณะเดียวกันยังมีข้อกล่าวหาว่า โรงพยาบาลมีการค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์จนทำให้ของจำเป็นขาดมือ แต่กลับเร่งชำระหนี้ให้กับคู่ค้าบางรายที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์

ในมิติการบริหารองค์กร ผู้ร้องเรียนระบุว่า ผู้บริหารมีลักษณะใช้อำนาจแบบรวมศูนย์ ไม่รับฟังเสียงสะท้อนจากบุคลากร ทำให้เกิดภาวะหมดกำลังใจและความแตกแยกภายในหน่วยงานอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้งบสวัสดิการที่ไม่โปร่งใส รวมถึงการใช้ทรัพยากรขององค์กรเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

เอกสารร้องเรียนยังตั้งคำถามต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระดับหลายร้อยล้านบาท พร้อมสะท้อนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาธรรมาภิบาลภายในระบบโรงพยาบาลรัฐที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบเชิงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

ข้อเสนอสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องยกระดับกลไกกำกับดูแล ทั้งด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารการเงิน และระบบตรวจสอบภายใน เพื่อสร้างความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้ปัญหาในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำในโรงพยาบาลอื่น

เพราะแม้จะมีการตั้งคำถามต่อปัจจัยด้านงบประมาณจากภายนอกเพียงใด แต่ก็ไม่อาจใช้เป็นเหตุผลในการมองข้ามปัญหาภายในที่กำลังกัดกร่อนประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขได้ และคำถามสำคัญที่สังคมกำลังจับตา คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขยับแก้ปัญหานี้ได้รวดเร็วและตรงจุดเพียงใด