thansettakij
thansettakij
ส่องรายได้ 5 บิ๊ก รพ.เอกชน พร้อมเปิดแนวรบรับดีมานด์สุขภาพโต

ส่องรายได้ 5 บิ๊ก รพ.เอกชน พร้อมเปิดแนวรบรับดีมานด์สุขภาพโต

จับตาธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเดินหน้ารุก ฝ่าวิกฤตต้นทุนและการแข่งขันสูง เล็งนำเข้าเทคโนโลยีการแพทย์ เปิดศูนย์เฉพาะทาง พร้อมขยายบริการ รองรับตลาดผู้สูงอายุและตลาด Medical Tourism ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • ผลประกอบการของ 5 โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่มีความแตกต่างกัน บางแห่งมีรายได้และกำไรเติบโต ขณะที่บางแห่งกำไรชะลอตัวจากต้นทุนและการลงทุนที่สูงขึ้น
  • ทุกบริษัทต่างวางแผนขยายธุรกิจเชิงรุกเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ทั้งการสร้างโรงพยาบาลใหม่ เพิ่มจำนวนเตียง และขยายสาขาในต่างจังหวัด
  • มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI, Telemedicine และระบบ Smart Hospital มาใช้ในการให้บริการ

ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนปี 2568 ยังมีภาพรวมของผลประกอบการที่ขยายตัวจากความต้องการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่กลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ยังครองสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลผลประกอบการด้านรายได้รวมและกำไรสุทธิ สะท้อนทิศทางการเติบโตแตกต่างกัน บางบริษัทยังรักษาการเติบโตของรายได้ไว้อย่างมั่นคง ขณะที่บางบริษัทกำไรชะลอตัวจากต้นทุนและการลงทุนขยายกิจการ

นางอาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH กล่าวว่า ในปี 2569 BH ได้วางแผนงานเตรียมตัวไว้สำหรับการขยายโรงพยาบาลใน จ.ภูเก็ต เปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางใหม่อีกหนึ่งแห่ง และได้เตรียมตัวที่จะเปิด ศูนย์มะเร็งเพิ่ม ตลอดจนผลักดันศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนงานที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

โดยโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นมีหลากหลาย ยกตัวอย่างเรื่อง Wellbeing, Mental Health ที่กำลังมาแรง การใช้ Telemedicine, Physical Wellbeing รวมทั้งเรื่องของ AI เข้ามาช่วย ตลอดจนการตรวจ Biological Age ที่เป็นพื้นฐานของการตรวจทั่วไป ซึ่งกลยุทธ์ของบำรุงราษฎร์ คือ ยกระดับ Safety และ Quality ให้เข้มแข็ง พร้อมให้บริการในฐานะโรงพยาบาลระดับโลก ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเสถียรภาพขององค์กรให้มั่นคง แม้มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้คือเสถียรภาพทางการเมืองของต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

โดยในปี 2568 BH มีรายได้รวม 25,449 ล้านบาท ลดลง 1.6% จาก 25,862 ล้านบาท ในปี 2567 กำไรสุทธิในปี 2568 ลดลง 3.4% เป็น 7,512 ล้านบาท จาก 7,775 ล้านบาท ในปี 2567 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเป็น 29.5% ในปี 2568 เทียบกับ 30.1% ในปี 2567

ขณะที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ในปี 2568 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 113,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2567 มีกำไรสุทธิจำนวน 15,848 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% จากปี 2567 ขณะที่ปี 2569 คาดว่าธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจะขยายตัวได้ แม้จะยังเผชิญกับเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยบริษัทได้ปรับตัว พัฒนาเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถเพื่อรับมือกับการแข่งขันและความท้าทายที่เกิดขึ้น รวมถึงควบคุมต้นทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระยะยาว

ส่องรายได้ 5 บิ๊ก รพ.เอกชน พร้อมเปิดแนวรบรับดีมานด์สุขภาพโต

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จากประชากรผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยศักยภาพในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ และมีความคุ้มค่า อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ต่อเนื่องในอนาคต

ด้วยกลยุทธ์คือ เพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ, พัฒนาการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม, มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล, ขยายการให้บริการด้านสุขภาพ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเดิมที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

ด้าน บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ตามเอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์ จากปี 2568 มีรายได้รวม 12,025 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% และมีกำไรสุทธิ 1,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% ในปี 2569 แนวโน้มธุรกิจจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทยที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชน

บริษัทมีแผนการขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการบริการกับผู้ป่วยทุกระดับ สามารถเป็นศูนย์กลางการรับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือและโรงพยาบาลในพื้นที่ได้ ทั้งพัฒนา Ecosystem ของเครือโรงพยาบาล เพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Hospital การปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลและการขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่

อาทิ ปรับปรุงพื้นที่ให้บริการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค, เริ่มการก่อสร้างฐานรากของอาคารแห่งใหม่ ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย, ก่อสร้างตึกใหม่เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วย ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง, ขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ และ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระยอง จังหวัดระยอง

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจคือ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ในปี 2568 PRINC มีรายได้รวม 6,063.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายเครือข่ายของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง และจากการเกิดขึ้นของโรคประจำฤดูกาล ในขณะเดียวกัน PRINC มีการบริหารจัดการโครงสร้างของต้นทุนในส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงผลประกอบการทางการเงิน โดยยังคงไว้ซึ่งความสามารถในการแข่งขัน

โดย PRINC ยังคงยึดกลยุทธ์การพัฒนา 4 แนวทางหลักดังนี้ (1) ด้านการเติบโตของธุรกิจ (2) ด้านการเพิ่มคุณภาพ และประสิทธิภาพในการทำงาน (3) ด้านการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ และ (4) ด้านการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน (ESG) และในปี 2568 ยังคงมุ่งเน้นการเจริญเติบโต และการเพิ่มการบริการให้แก่ผู้รับบริการให้มากขึ้นในมิติต่างๆ ได้แก่ 1.การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับบริการให้ได้รับบริการได้อย่างทันเวลา

2.การลงทุนและแสวงหาพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจดูแลสุขภาพต่างๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจโรงพยาบาล และเพื่อรองรับแนวโน้มการแพทย์และการดูแลสุขภาพในรูปแบบใหม่ๆ 3.การเพิ่มจำนวนลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ 4.การเปิดศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง และการให้บริการรักษาโรคยากซับซ้อนต่างๆ มากขึ้น ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการบริการที่สูงขึ้น 5.การมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มความมีประสิทธิภาพ และสร้างความเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้าน บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR มีผลการดำเนินงานประจำปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานรวมจำนวน 6,087.97 ล้านบาท ลดลง 0.08% จากจำนวน 6,092.96 ล้านบาท ในปี 2567 และมีกำไรสุทธิในปี 2568 จำนวน 751.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.29% จากจำนวน 663.59 ล้านบาท ในปี 2567

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR กล่าวว่า การเติบโตของ SKR สะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถในการเติบโตด้านรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนไปควบคู่กัน

สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์เป็นหลัก เช่น การก้าวสู่การเป็นผู้นำเรื่องการผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS) รวมถึงการพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล (Hospital Information System : HIS) ของบริษัท เพื่อรองรับการเข้ามาใช้บริการเครือโรงพยาบาลศิครินทร์ให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น