thansettakij
thansettakij
สปสช. ชูนวัตกรรมไทยลดงบนำเข้ายา-เครื่องมือแพทย์ ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้น

สปสช. ชูนวัตกรรมไทยลดงบนำเข้ายา-เครื่องมือแพทย์ ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้น

03 เม.ย. 69 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :03 เม.ย. 69 | 09:26 น.

สปสช. ชู นวัตกรรมไทยทางรอดระบบสุขภาพ ชวน 'แพทย์–รพ.' ร่วมใช้ดูแลผู้ป่วย หนุนนโยบายรัฐ ผู้ประกอบการไทย ลดพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงระยะยาว

KEY

POINTS

  • สปสช. ผลักดันการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงให้ระบบสุขภาพ
  • การใช้นวัตกรรมไทยช่วยลดค่าใช้จ่าย ทำให้สามารถจัดซื้อยาและเครื่องมือแพทย์ได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง
  • ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยทุกรายการผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยจาก อย. และมีการติดตามประเมินผลหลังการใช้งานจริงเพื่อสร้างความมั่นใจ
  • ตัวอย่างนวัตกรรมที่ได้รับการส่งเสริม เช่น แผ่นปิดกะโหลกศีรษะเฉพาะบุคคล รากฟันเทียม วัคซีน และชุดตรวจคัดกรองโรคต่างๆ

3 เมษายน 2569 ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ เนื่องจากไทยยังขาดดุลการค้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในระดับสูง หากยังพึ่งพาการนำเข้าอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่อความมั่นคงของระบบสุขภาพในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันกำหนดทิศทางสนับสนุนนวัตกรรมไทย เพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่จำเป็น

ทั้งนี้ สปสช. มีหน้าที่สนับสนุนการนำนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่การใช้งานจริงในระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเมื่อมีการใช้ในวงกว้างอาจพบข้อจำกัดหรือปัญหาในการใช้งาน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยบริการในการเก็บข้อมูลการใช้งาน (feedback) เพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

"นโยบายส่งเสริมนวัตกรรมไทยมีมาตั้งแต่ปี 2560 โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทยอยใช้ผลิตภัณฑ์จากบัญชีนวัตกรรมไทย เช่น เริ่มต้นในสัดส่วน 30% ของความต้องการใช้ทั้งหมด และขยายเพิ่มตามคุณภาพและการยอมรับในการใช้งาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยสามารถพัฒนาและแข่งขันได้" 

ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

อย่างไรก็ตาม การผลักดันนวัตกรรมไทยยังเผชิญแรงกดดันจากผู้ผลิตต่างประเทศและเจ้าตลาดเดิม ทั้งในด้านการแข่งขันและราคา ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะโรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้กับผู้ป่วย

อยากขอความร่วมมือแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข มาร่วมใช้ผลิตภัณฑ์จากบัญชีนวัตกรรมไทย พร้อมทั้งช่วยกันสะท้อนข้อมูลการใช้งานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลจริง มีน้ำหนัก และสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมของไทย ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้ตรงจุดมากขึ้น

ส่วนในด้านคุณภาพและความปลอดภัยนั้น ภญ.สมฤทัย กล่าวยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานด้านคุณภาพก่อนเข้าสู่ระบบ ต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกทั้งยังมีการติดตามประเมินผลหลังใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ป่วย

สำหรับผลลัพธ์ในระยะยาว การส่งเสริมนวัตกรรมไทยสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์ในประเทศ ตัวอย่างเช่น ยา IVIG ของสภากาชาดไทย ที่มีราคาต่ำกว่าผลิตภัณฑ์นำเข้า ทำให้สามารถจัดซื้อได้มากขึ้น ผู้ป่วยเข้าถึงได้มากขึ้น และรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีกว่า โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

สปสช. ชูนวัตกรรมไทยลดงบนำเข้ายา-เครื่องมือแพทย์ ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้น

ปัจจุบัน สปสช. สนับสนุนนวัตกรรมไทยหลายรายการ โดยร่วมกับสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว. หรือ TILSNA)  เช่น แผ่นปิดกะโหลกศีรษะเฉพาะบุคคล รากฟันเทียม วัคซีน และชุดตรวจคัดกรองโรค รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและขยายการใช้งาน

นอกจากนี้ในอนาคต สปสช.จะให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ประชาชนสามารถใช้ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เช่น ชุดตรวจสุขภาพ (self-test) และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI ทางการแพทย์ โดยยังคงเน้นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยคนไทยเพื่อคนไทย

หากประเทศไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ได้เอง จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมความมั่นคงของระบบสุขภาพในระยะยาว ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าว

สปสช. ชูนวัตกรรมไทยลดงบนำเข้ายา-เครื่องมือแพทย์ ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้น