thansettakij
thansettakij
บอร์ด สปสช. เคาะงบ 5.4 พันล้าน 'บัตรทองปี 69' ปรับประสิทธิภาพ หนุนบริการผู้ป่วยใน

บอร์ด สปสช. เคาะงบ 5.4 พันล้าน 'บัตรทองปี 69' ปรับประสิทธิภาพ หนุนบริการผู้ป่วยใน

25 มี.ค. 69 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 69 | 04:15 น.

บอร์ด สปสช. เห็นชอบแนวทางปรับประสิทธิภาพการบริหารกองทุนบัตรทอง ปีงบประมาณ 2569 ภายใต้กรอบวงเงิน 5,450 ล้านบาท ยกระดับการบริหารบริการผู้ป่วยใน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในระบบสาธารณสุข ย้ำ ไม่กระทบการดูแลประชาชน    

KEY

POINTS

  • บอร์ด สปสช. อนุมัติกรอบวงเงิน 5,450 ล้านบาทสำหรับกองทุนบัตรทองปีงบประมาณ 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการบริหารบริการผู้ป่วยใน
  • ออกมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพหลายด้าน เช่น พัฒนาศักยภาพบริการผู้ป่วยในเพื่อลดการส่งต่อ และใช้ระบบตรวจสอบก่อนบริการ (Pre-Authorization) กับโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง
  • พัฒนาระบบยืนยันตัวตนผู้รับบริการเพื่อความโปร่งใส และเพิ่มกลไกกำกับติดตามผล โดยยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงจะไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชน

ผลจากการประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งล่าสุด บอร์ด สปสช. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับประสิทธิภาพการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2569 ภายใต้กรอบวงเงิน 5,450 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารบริการผู้ป่วยใน (IP) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์บริการที่เพิ่มขึ้น

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยถึงแนวทางดังกล่าวว่า เป็นผลจากการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักสำคัญ คือ "ต้องไม่กระทบต่อประชาชนและผู้ป่วย" และยังคงมาตรฐานคุณภาพบริการทางการแพทย์ไว้เช่นเดิม

พร้อมกันนี้ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบมาตรการพัฒนาระบบบริการและการบริหารจัดการกองทุนในหลายด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข ได้แก่

1. การพัฒนาศักยภาพระบบบริการผู้ป่วยในภายในเขตพื้นที่ เพื่อลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความสามารถในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่

2. การนำระบบตรวจสอบก่อนการบริการ(Pre-Authorization)และการตรวจสอบการเบิกจ่าย (Pre-Audit) มาใช้กับบริการที่มีต้นทุนสูง เช่น โรคหัวใจ ข้อเข่า และโรคมะเร็ง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่กระทบต่อการเข้ารับบริการของประชาชนและการใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างเหมาะสม

3. การพัฒนาระบบยืนยันตัวตนผู้รับบริการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการเบิกจ่ายและลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และ 4. การเพิ่มกลไกกำกับติดตามผลการดำเนินงาน โดยให้รายงานความก้าวหน้าต่อบอร์ด สปสช. เป็นประจำทุกเดือน

"การดำเนินมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบบริหารกองทุนบัตรทองให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานและเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่อง" รมว.สาธารณสุข กล่าว 

บอร์ด สปสช. เคาะงบ 5.4 พันล้าน 'บัตรทองปี 69' ปรับประสิทธิภาพ หนุนบริการผู้ป่วยใน

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แนวทางปรับประสิทธิภาพการบริหารกองทุนครั้งนี้ ได้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยกำหนดกรอบบริหารจัดการวงเงิน 5,450 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารบริการผู้ป่วยใน ซึ่งต้องไม่กระทบต่อการดูแลประชาชนสิทธิบัตรทอง พร้อมกันนี้บอร์ด สปสช. ยังให้ความสำคัญกับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดการเจ็บป่วยของประชาชนในระยะยาว โดยงบประมาณในส่วนดังกล่าวยังคงดำเนินการตามนโยบายเดิม

นอกจากบอร์ด สปสช. เห็นชอบแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจักการกองทุนแล้ว ยังมอบให้ สปสช. ดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ทำการสื่อสารแนวทางใหม่นี้ให้กับหน่วยบริการทั่วประเทศรับทราบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เลขาธิการ สปสช. ระบุ