thansettakij
thansettakij
ปรับพอร์ตธุรกิจ SA โหมรุก Hospitality-Wellness ปั้นรายได้พันล้าน

ปรับพอร์ตธุรกิจ SA โหมรุก Hospitality-Wellness ปั้นรายได้พันล้าน

29 มี.ค. 69 | 05:05 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มี.ค. 69 | 05:07 น.

SA ปรับกลยุทธ์หนีธุรกิจคอนโดล้นตลาด เบนเข็มรุก Hospitality-Wellness พร้อมสยายปีกร้านอาหารและเครื่องดื่ม Wellness and Spa เต็มตัว มั่นใจดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2569

KEY

POINTS

  • SA ปรับโครงสร้างธุรกิจโดยลดสัดส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ และหันมามุ่งเน้นธุรกิจบริการกลุ่ม Hospitality และ Wellness เพื่อสร้างรายได้ประจำที่ยั่งยืน
  • บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Hospitality ให้เติบโตถึง 800-1,000 ล้านบาทภายในปี 2569 ซึ่งจะคิดเป็น 30% ของรายได้รวม
  • ขยายธุรกิจสู่ Wellness เต็มรูปแบบ ผ่านแบรนด์ Pravinia Wellness and Beauty Center และพัฒนาโครงการ Silver Age สำหรับผู้สูงอายุที่ร่วมมือกับโรงพยาบาล

นางสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (CO-CEO) บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า SA เปลี่ยนโมเดลคอนโดสู่ Branded Residence เพื่อทำการตลาดให้มีความแตกต่าง แตกไลน์ธุรกิจและขยายตัวสู่ Hospitality พร้อมกับเริ่มทำธุรกิจโรงแรม เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยโครงการแรกที่ซื้อแฟรนไชส์มาบริหารคือ Wyndham ดำเนินบริการเสริมเพื่อรองรับแขกหลากหลาย เช่น ร้านอาหาร สปา และฟิตเนส จนกลายเป็นธุรกิจที่เกื้อหนุนกันพร้อมใส่บริการอื่นเพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นของ SA เกิดจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวสูง (High Rise) โดยเฉพาะประเภทคอนโด ที่ปัจจุบันเริ่มแข่งขันกันสูงขึ้น และสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาดจนเกินกว่าความต้องการของลูกค้า ทำให้ SA ต้องเริ่ม ปรับตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลในประเทศอังกฤษที่ใช้แบรนด์โรงแรมมาอยู่ในตึกเดียวกับที่พักอาศัย (Branded Residence) และใช้ทีมบริหารชุดเดียวกัน เพื่อให้ลูกบ้านได้รับบริการมาตรฐานโรงแรม

ปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจ Hospitality มาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม ฐานลูกค้าหลักส่วนใหญ่คือคนไทย ธุรกิจด้านนี้ของไทยก็สามารถตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติได้ดี ทิศทางการเติบโตก็สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยเป็น Top Destination ที่ยังคงได้รับความนิยมสำหรับต่างชาติ

ปรับพอร์ตธุรกิจ SA โหมรุก Hospitality-Wellness ปั้นรายได้พันล้าน

นางสุนันทา เล่าให้ฟังว่า ภาพรวมของ SA จากอดีตที่เคยมีสัดส่วนรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 95% ก็เริ่มลดลงเหลือ 80% บริการ (Service/Hospitality) จาก 5% ก็เพิ่มขึ้นเป็น 20% โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้ในส่วน Hospitality รวมกว่า 700 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหลังจากที่ SA ปรับสมดุลพอร์ตรายได้ ในปี 2569 จะทำให้รายได้จากกลุ่ม Hospitality เพิ่มขึ้นเป็น 800-1,000 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนรายได้กลุ่ม Hospitality เพิ่มขึ้นเป็น 30% และที่เหลือ 70% เป็นอสังหาริมทรัพย์

“หลังจากผ่านช่วงการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ธุรกิจ และเผชิญภาวะขาดทุนในช่วง 5 ปีแรก ตอนนี้บริษัทสามารถล้างขาดทุนสะสมได้เกือบทั้งหมด และตั้งเป้าว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ธุรกิจบริการเริ่มทำกำไรอย่างเต็มตัว ซึ่งธุรกิจ Hospitality ช่วยให้บริษัทมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการ ลดการพึ่งพารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว และเพิ่มรายได้จากส่วนอื่นได้อย่างต่อเนื่อง”

ปัจจุบัน SA มีบริษัทย่อยในเครือคือ บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด (Siamese Taste Co., Ltd.) ดำเนินธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะ เพื่อให้บริการภายในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทแม่ เน้นการเปิดร้านตามโครงการของตัวเองเพื่อ “Play Safe” หลีกเลี่ยงค่าเช่าที่สูงในห้างสรรพสินค้า มีทั้งร้านอาหารไทย ร้านอาหารอิตาเลียน ภัตตาคารอาหารจีน มีโมเดลเดลิเวอรี รวมทั้งเตรียมทำเกษตรอินทรีย์บนที่ดินของตัวเองกว่า 30 ไร่ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อปลูกผักอินทรีย์ ทำนา บ่อปลา ซึ่งจะลดต้นทุนส่งวัตถุดิบให้ร้านอาหารในเครือได้

ปรับพอร์ตธุรกิจ SA โหมรุก Hospitality-Wellness ปั้นรายได้พันล้าน

นางสุนันทา กล่าวว่า ภายในโครงการของบริษัทแม่ยังมีธุรกิจ Wellness แบรนด์ Pravinia Wellness and Beauty Center ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ไซมิส พราวิเนีย จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 60% ร่วมกับ “ประวีณ์นุช กิติวัฒนบำรุง” นายกสมาคมนวดหน้า สปา ความงาม ประเทศไทย และผู้ก่อตั้งสถาบันสอนความงามและสปาแห่งแรกและแห่งเดียวที่มีหลักสูตรเฉพาะด้านศาสตร์การนวดเพื่อการชะลอวัย (Anti-Aging)

ธุรกิจนี้เริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2566 และดำเนินงานด้าน Wellness and Spa ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 3 สาขา ได้แก่ Pravinia Wellness Sukhumvit 42 – Wyndham Garden Bangkok Sukhumvit 42, Pravinia Wellness Queen – Wyndham Bangkok Queen Convention Centre และ Pravinia Wellness and Beauty Center – Ramada by Wyndham Bangkok Sukhumvit 87

ปรับพอร์ตธุรกิจ SA โหมรุก Hospitality-Wellness ปั้นรายได้พันล้าน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Silver Age (ตลิ่งชัน) ที่ร่วมกับโรงพยาบาลศรีพัฒน์ เพื่อจะทำโรงพยาบาลผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุ, Nursing Home และที่พักอาศัย ด้วยแนวคิดการอยู่ร่วมกันสำหรับคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ เป็น Universal Design ที่เน้นคนไทยกลุ่ม B+ (ข้าราชการ/เอกชนเกษียณที่มีเงินออม) ในสัดส่วนประมาณ 80% และต่างชาติ 20% ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนสนใจแล้ว 400-500 คน ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมยื่น EIA ซึ่งคาดว่าจะยื่นได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเปิด Pre-sale ให้ได้ภายในปลายปี 2569 นี้

“ในภาพรวมธุรกิจของ SA บริษัทคาดการณ์ว่าคอนโดสำหรับคนไทยชะลอตัวจากหนี้ครัวเรือน แต่กลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการ Second Home (หนีสงครามหรือความไม่ปลอดภัย เช่น จากดูไบ) ยังคงมีกำลังซื้อสูง แต่ปี 2569 จะเป็นปีที่ธุรกิจ Hospitality เริ่มทำกำไรอย่างเต็มตัว โดยลูกค้าโรงแรมส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นต่างชาติ 85% โดย จีน เป็นอันดับ 1 ตามด้วยมาเลเซีย ยุโรป และสิงคโปร์ ขณะที่คนไทยมีเพียง 15%”

อย่างไรก็ตาม SA ยังคงมุ่งเน้นการเป็น “Newcomer” ที่หาช่องว่างในตลาดอยู่เสมอ และพยายามปรับตัวให้เร็ว และไม่ใช้สูตรสำเร็จตายตัวในการดำเนินธุรกิจ แต่จะยังคงเน้นการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงระหว่างอสังหาริมทรัพย์และบริการ