

KEY
POINTS
นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานบริษัท บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือJSP เปิดเผยถึงแผนการทำธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทมุ่งเน้นสร้างการเติบโตผ่าน 2 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย
การต่อยอดธุรกิจหลักเดิม และการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) โดยเตรียมผลักดัน บมจ.เกรท วอเตอร์เมด (GWM) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
ซึ่งคาดว่าจะยื่นไฟลิ่งภายในปี 2571 และ IPO ในปี 2572 รวมถึงเตรียมความพร้อมให้ CDIP และ ธุรกิจตู้ยา เข้าจดทะเบียนในตลาด LiVEx และ mai ต่อไป
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าปิดดีล M&A ในปีนี้อย่างน้อย 2 ดีล โดยมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจ Wellness ที่ครอบคลุมทั้ง ยา, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง, สมุนไพร และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งดูแลสุขภาพทั้งคน สัตว์ และพืช
นายพิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานขายและการตลาด JSP กล่าวว่า ล่าสุด ได้ดำเนินการร่วมกับหจก.เอ็ม แอนด์ อาร์ ดิสทริบิวเตอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายรังนกเบลล์ เพื่อต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดรังนกสำเร็จรูป โดยจากข้อมูลพบว่าตลาดดังล่าวในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท
มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5-8% ต่อปี โดยมีจุดที่น่าสนใจคือ กลุ่มน้ำตาลน้อย (Low Sugar) หรือไม่ใส่น้ำตาล (No Sugar Added) มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดรวมถึง 15-20% เนื่องจากคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z เริ่มเข้าสู่เทรนด์ Healthy Indulgence (รักสุขภาพแบบพรีเมียม) ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาดื่มรังนกมากขึ้น โดยที่ไม่ได้มองว่ารังนกเป็นแค่ของฝากตามเทศกาล อีกต่อไป แต่มองว่าเป็น Functional Drink ที่ดื่มเพื่อบำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน (Sialic Acid) โดยไม่ต้องการน้ำตาลสังเคาะห์
ดังนั้น จึงมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ โดยการยกระดับมาตรฐานใหม่กับตลาดเครื่องดื่มรังนกที่เป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ และยังได้คุณประโยชน์จากรังนกที่ช่วยบำรุงปอดผสานกับคุณประโยชน์ของหล่อฮังก๊วย สามารถดื่มได้ทุกวัน
“ความร่วมมือดังล่าวยังเป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ของสุภาพโอสถที่ได้จำกัดอยู่เฉพาะยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแต่จะครอบคลุมไปถึงสินค้าบริโภคเพื่อสุขภาพอื่นๆ ทั้งเป็นการผลิตเองโดยตรงรวมถึงเกิดจากความร่วมมือระหว่างแบรนด์”
กลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้รายได้ของ JSP ในปี 2569 เติบโตตามเป้าหมาย 7-10% นอกจากนี้การที่ภาคธุรกิจด้านสมุนไพรและอาหารเสริมหันมาใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้าร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสนับสนุนให้มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยทะลุ 1 แสนล้านบาทได้ หลังจากที่มีการสำรวจว่าปี 2568 มูลค่าจะแตะ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรก
นายสุรชัย พิมพ์ประไพภรณ์ กรรมการบริหาร หจก.เอ็ม แอนด์ อาร์ ดิสทริบิวเตอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายรังนกเบลล์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจของการทำตลาดรังนกของเบลล์ได้ใช้กลยุทธ์ปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภค ที่ปัจจุบันไม่ใช่เพียงลูกค้าชาวไทยเท่านั้นที่กังวลเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล แต่ตลาดลูกค้าชาวจีนที่เป็นตลาดส่งออกรังนกที่ใหญ่ที่สุดมูลค่าตลาดรังนกในจีนใหญ่กว่า 200,000 ล้านบาทหรือประมาณ 90% ของตลาดส่งออก
ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนก็มีความกังวลเรื่องโรคเบาหวานและโรคอ้วน (NCDs) เช่นเดียวกับคนไทย เทรนด์สุขภาพในจีนกำลังมุ่งไปที่ Sugar-Free และ Functional Food ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงเป็นการเจาะตลาดทั้งผู้บริโภคในประเทศและตลาดส่งออก