thansettakij
thansettakij
แพทย์เตือน! เด็กไอเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์ สัญญาณอันตรายโรคปอด-วัณโรค

แพทย์เตือน! เด็กไอเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์ สัญญาณอันตรายโรคปอด-วัณโรค

แพทย์เตือนลูกไอเกิน 4 สัปดาห์ เสี่ยงโรคปอด-หอบหืด-วัณโรค, สังเกตสัญญาณอันตราย หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย หรือน้ำหนักลด พ่อแม่ควรพาพบแพทย์ด่วน

KEY

POINTS

  • อาการไอในเด็กที่นานเกิน 4 สัปดาห์ ถือเป็นอาการไอเรื้อรัง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไปที่มักดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์
  • ไอเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคปอดที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคหอบหืด ปอดอักเสบ และวัณโรค ซึ่งสามารถพบได้ในเด็กโดยมักติดเชื้อจากผู้ใหญ่ในบ้าน
  • ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการไอเรื้อรังร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก มีไข้เรื้อรัง หรือน้ำหนักลด

พญ.สุธิดา ชินธเนศกุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช รพ.วิมุต กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กบางคนติดหวัดมาจากที่โรงเรียน เป็น ๆ หาย ๆ แต่มักไอไม่หยุดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจเร็วและแรง เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ซึ่งอาจไม่ใช่อาการของไข้หวัดธรรมดา หากแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคปอด 

โดยอาการไอเป็นกลไกของร่างกายที่ป้องกันอันตรายหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค สิ่งกระตุ้น หรือฝุ่นมลพิษ แต่สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเป็นอาการไอจากการป่วยทั่วไปกับโรคปอด สามารถดูได้จากระยะเวลาและความรุนแรงเพราะปกติถ้าเป็นไอจากไข้หวัด เด็กอาจมีน้ำมูก ไข้ต่ำ หรือไอมีเสมหะ และดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้าเด็กไอถี่ขึ้น แรงขึ้น และไอต่อเนื่องนานกว่า 4 สัปดาห์ หรือที่เรียกว่า ไอเรื้อรัง เป็นสัญญาณว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคปอดได้

สำหรับการไอเรื้อรังในเด็กเกิดได้จากหลายปัจจัย ใกล้ตัวที่สุดคือการที่เด็กต้องไปโรงเรียนหรืออยู่ในที่ชุมชน ทำให้มีโอกาสรับเชื้อใหม่เข้ามาซ้ำเติมในช่วงที่ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้อาการป่วยยืดเยื้อและกลายเป็นไอเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังรวมถึงมลภาวะอย่างฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ หรือภูมิแพ้ ส่วนที่น่ากังวลที่สุดคืออาจเป็นโรคปอดที่ซ่อนอยู่ อาทิ หอบหืด ปอดอักเสบ และวัณโรค 

แพทย์เตือน! เด็กไอเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์ สัญญาณอันตรายโรคปอด-วัณโรค

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กล่าวว่า วัณโรคก็มักถูกมองว่าเป็นโรคของผู้ใหญ่ แต่เด็ก ๆ ก็เป็นได้ ส่วนมากวัณโรคในเด็กมักติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนในบ้านเดียวกัน ซึ่งเวลาเด็กเป็นโรคนี้มักไม่มีอาการชัดเจน อาจมีไข้เรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีด หรือไอเรื้อรัง หรือถ้าเป็นเด็กเล็กบางคนอาจไม่มีอาการไอเลย ดังนั้นผู้ปกครองต้องสังเกตความผิดปกติของลูกอย่างใกล้ชิด

หากเด็กมีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 4 สัปดาห์ หรือมีอาการไอร่วมกับมีสัญญาณผิดปกติ เช่น หายใจเหนื่อย หายใจเร็ว อกบุ๋ม เจ็บหน้าอก ปากเขียว ไข้สูงหรือไข้เรื้อรัง เสมหะมีเลือดปน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ซึมลง หรือไม่ร่าเริงเหมือนเดิมเป็นสัญญาณว่าปอดอาจมีความผิดปกติ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

“การตรวจคัดกรองโรคปอดในเด็ก ทำได้ด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยหากแพทย์สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติ จะพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเยื่อบุโพรงจมูก เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจหาเชื้อจากทางเดินหายใจ และสุดท้ายคือการตรวจเสมหะ แต่มักไม่ค่อยได้ใช้เพราะเด็กมักขับเสมหะออกมาได้ยาก ถ้าพบว่าเด็กมีอาการป่วยเป็นโรคปอด แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะสมตามแต่ละคน และตามความรุนแรงของตัวโรค”

แพทย์เตือน! เด็กไอเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์ สัญญาณอันตรายโรคปอด-วัณโรค

สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิดภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะอาการไอเรื้อรังอาจนำไปสู่โรคปอดในเด็กได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ ด้วยการเริ่มจากพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน ดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในที่ที่อากาศสะอาด ถ่ายเท ไม่เย็นเกินไป ถ้าเด็กมีอาการไอ 

เบื้องต้นให้ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้เสมหะไม่เหนียว และอย่าซื้อยาแก้ไอมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากอาการไอไม่ดีขึ้นจนเข้าข่ายไอเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วยก็รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการรักษาที่ดี เริ่มจากการเข้าใจทุกความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน