thansettakij
thansettakij
ตระหนักรู้เรื่อง “ปอด” การผ่าตัดทรวงอกรักษาโรคสำหรับผู้ป่วย

ตระหนักรู้เรื่อง “ปอด” การผ่าตัดทรวงอกรักษาโรคสำหรับผู้ป่วย

12 พ.ย. 2568 | 18:10 น.

แพทย์แนะรักษา “โรคปอด“ ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องสำเร็จถึง 80-90% รักษาผู้ป่วยซับซ้อนและผู้สูงอายุได้ ลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดต่ำกว่า 1%

KEY

POINTS

  • การผ่าตัดปอดและทรวงอกในไทยได้พัฒนาสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) มากขึ้น
  • โรงพยาบาลวชิรพยาบาลเป็นผู้นำด้านการผ่าตัดปอดของประเทศ เพิ่มจำนวนการผ่าตัดได้เกือบ 800 รายต่อปี ด้วยอัตราความสำเร็จสูงและภาวะแทรกซ้อนต่ำ
  • ทีมแพทย์ไทยมีศักยภาพในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูง เช่น ผู้สูงอายุเกิน 80 ปี และผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินรุนแรง
  • แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่การตระหนักรู้และตรวจพบโรคปอดตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อโอกาสในการรักษาให้หายขาด

รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดปอดและทรวงอก ประจำโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า การรักษาโรคปอดและการผ่าตัดทรวงอกในประเทศไทย ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อนำมาตรฐานการรักษาเข้าสู่ระดับนานาชาติ

ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปอดด้วยวิธีการส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) ประมาณ 20% ขณะที่ส่วนใหญ่กว่า 80% ยังเป็นการผ่าตัดแบบเปิดอก ดังนั้น การยกระดับการผ่าตัดปอดสู่มาตรฐานสากล ด้วยเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องจึงถือว่าเป็นเรื่องใหม่

ปัจจุบันโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สามารถเพิ่มจำนวนการผ่าตัดเฉพาะปอดจากอดีต 40 กว่ารายต่อปี ให้เป็นเกือบ 800 รายต่อปีได้ และเป็นสถานที่รับการผ่าตัดเฉพาะปอดมากที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันมา 2 ปี ผ่านการผ่าตัดส่องกล้อง

ตระหนักรู้เรื่อง “ปอด” การผ่าตัดทรวงอกรักษาโรคสำหรับผู้ป่วย

โอกาสที่ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดส่องกล้องสำเร็จสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 80-90% เทียบเท่ากับต่างประเทศ ทำให้ความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดปอดลดลงเหลือน้อยกว่า 1% เรียกได้ว่าเทคโนโลยีและเทคนิคเทียบเท่านานาชาติ

“เราสามารถพัฒนาศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูงได้ รวมถึงผ่าตัดผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ซึ่งได้ผ่าตัดแล้วมากกว่า 100 ราย รวมถึงช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ที่มีภาวะหลอดลมอุดตันจนหายใจไม่ได้ ซึ่งต้องใช้ทีมผ่าตัดขนาดใหญ่ (30-40 คน) และเครื่องพยุงหัวใจเทียม (ECMO) ให้กลับมาหายใจได้และกลับบ้านได้ในไม่กี่วัน”

อย่างไรก็ตาม การตระหนักถึงสุขภาพจะเป็นโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดค่าใช้จ่ายให้ถูกลง แม้ประเทศไทยจะมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย รวมทั้งงานวิจัยรองรับในระดับนานาชาติ แต่การตรวจพบโรคอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาทุกโรค