KEY
POINTS
นโยบาย “กัญชาเสรี” ของประเทศไทยที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 กำลังถูกทบทวนอย่างจริงจัง หลังข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสะท้อนผลกระทบด้านสาธารณสุขที่ชัดเจน ตัวเลขผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ขณะที่ผลทางอ้อมเริ่มกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและต้นทุนเศรษฐกิจในระยะยาว
ในการเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “ทบทวนกระบวนการนโยบายกัญชาของประเทศไทย” ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิทยาศาสตร์จาก Center of Addiction and Mental Health (CAMH) ประเทศแคนาดา ชี้ให้เห็นว่า การปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเกิดขึ้นก่อนที่กฎหมายเฉพาะจะพร้อมบังคับใช้ ส่งผลให้เกิด “สุญญากาศทางนโยบาย” และต้องนำกฎหมายอื่นมาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ข้อมูลจากระบบ Health Data Center (HDC) ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเปรียบเทียบช่วง 32 เดือนก่อน และ 40 เดือนหลัง การปลดกัญชาเสรี พบว่า ผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงปีแรกหลังปลดล็อก
ผู้ป่วยจาก ภาวะพิษกัญชา (Cannabis poisoning) เช่น คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า จากเฉลี่ย 30–40 รายต่อเดือน เป็นประมาณ 115 รายต่อเดือน สะท้อนการเข้าถึงกัญชาได้ง่ายโดยขาดความรู้และการควบคุมที่เหมาะสม
ผู้ป่วยในกลุ่ม เสพติดกัญชา (Cannabis dependence) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 6.5 เท่า จากเฉลี่ยราว 130 รายต่อเดือน เป็นมากกว่า 830 รายต่อเดือน สะท้อนพฤติกรรมการใช้กัญชาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุข
ผู้ป่วยโรคจิตจากการใช้กัญชา (Cannabis-induced psychosis) เพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน คือ 6.5 เท่า จากเฉลี่ย 85 รายต่อเดือน เป็นกว่า 550 รายต่อเดือน แสดงให้เห็นความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังนโยบายกัญชาเสรี
มิติที่เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว คือ ข้อมูลจากโรงพยาบาลในจังหวัดท่องเที่ยวระดับโลกแห่งหนึ่ง พบว่า จำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับกัญชาในห้องฉุกเฉินเพิ่มจาก 0 ราย เป็นประมาณ 90 รายต่อเดือน ภายในสองปีหลังปลดกัญชาเสรี โดยผู้ป่วยกว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ระบุว่า ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัวและกลุ่มคุณภาพที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม
กรณีของไทยเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนนโยบายด้านสารเสพติดโดยไม่มีกรอบกำกับที่ชัดเจน ทำให้ต้นทุนทางสุขภาพและต้นทุนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น สวนทางกับเป้าหมายการใช้กัญชาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ นโยบายล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้การซื้อกัญชาต้องมี ใบสั่งแพทย์ เพื่อดึงการใช้กลับสู่ระบบการแพทย์อีกครั้ง สะท้อนการปรับทิศทางนโยบายจาก “กัญชาเสรี” ไปสู่ “กัญชาทางการแพทย์” หลังบทเรียนเชิงต้นทุนเริ่มปรากฏชัด
“การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ปลดล็อกก่อนมีกฎหมายควบคุม ไม่ได้สร้างเพียงโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างภาระที่ระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจต้องแบกรับในระยะยาว”