เจาะเทรนด์ Wellness 2026 อสังหาฯ-ท่องเที่ยว โอกาสทองธุรกิจไทย

06 ม.ค. 2569 | 18:00 น.

เปิด 8 เทรนด์ Wellness ปี 2026 อสังหาฯ สุขภาพโตแรงสุด 15.2% แตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ด้านท่องเที่ยวสุขภาพและสมุนไพรไทยจ่อรับทรัพย์ ชู AI - การป้องกันเชิงรุกเป็นกลยุทธ์ทำกำไรสูงสุด

KEY

POINTS

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Wellness Real Estate) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นสองเทรนด์หลักที่เติบโตเร็วที่สุด โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดพุ่งสูงในปี 2569
  • ตลาดการแพทย์แผนดั้งเดิมและสมุนไพรไทย รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตและการนอนหลับ มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่า 10% ต่อปี สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นการดูแลแบบองค์รวมและเป็นธรรมชาติ
  • เทรนด์สำคัญอื่นๆ ที่เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทย ได้แก่ อาหารเพื่อสุขภาพ, การแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ที่เน้นการป้องกัน และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพ

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจเวลเนส (Wellness) ปี 2026 มีเทรนด์ที่จะมาแรงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับตลาดโลก 8 เทรนด์ ดังนี้

1. Wellness Real Estate (อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ): เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปี 2024-2029 อยู่ที่ 15.2% ต่อปี คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะแตะ 0.746 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 และพุ่งสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2029 ซึ่งสูงกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ปกติหลายเท่า

2. แพทย์แผนดั้งเดิม สมุนไพรไทย และ T&CM: ตลาดกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 10.8% ต่อปี และคาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 756.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เทรนด์นี้สะท้อนว่าคนหันมาเชื่อมั่นใน "รากวัฒนธรรมสุขภาพของชาติ" เช่น การแพทย์แผนจีน อินเดีย (Ayurveda) และการแพทย์แผนไทย เพราะผู้บริโภคต้องการสิ่งที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัย และเน้นการปรับใช้ในชีวิตจริง

3. Mental & Sleep Wellness: ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตและการนอนหลับมีอัตราการเติบโต 10.1% ต่อปี โดยมูลค่าตลาดอาจสูงถึง 331.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ข้อมูลระบุว่าผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเครียดและปัญหาการนอนหลับ ทำให้ธุรกิจอย่าง Sleep Economy, Aromatherapy, Mindfulness และ Sound Healing เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เจาะเทรนด์ Wellness 2026 อสังหาฯ-ท่องเที่ยว โอกาสทองธุรกิจไทย

4. Wellness Tourism (การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ): มีอัตราการเติบโต 9.1% ต่อปี และคาดการณ์มูลค่าตลาดในปี 2026 อยู่ที่ 1,077.8 พันล้านดอลลาร์ โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 17.8% ของการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งหมด สำหรับประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในด้านนี้ ทั้งจากบุคลากรทางการแพทย์ อาหาร การบริการ และจุดเด่นด้านธรรมชาติ

5. Public Health & Prevention & Personalized Medicine: ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีผลตอบแทน (ROI) สูงสุด โดยเฉพาะ Personalized Medicine ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 7.8% เนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาลงทุนในการตรวจคัดกรองเชิงลึกเพื่อป้องกันก่อนที่จะป่วย

เจาะเทรนด์ Wellness 2026 อสังหาฯ-ท่องเที่ยว โอกาสทองธุรกิจไทย

6. อาหารสุขภาพ โภชนาการ และการลดน้ำหนัก: คาดการณ์มูลค่าตลาดแตะ 1,364.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 โดยมีเทรนด์ที่น่าสนใจ เช่น Gut Health (สุขภาพลำไส้), Brain & Mood Food (อาหารบำรุงสมองและอารมณ์), Plant-Based Diet และ Sustainable & Ethical Eating (การกินที่ยั่งยืน)

7. Workplace Wellness: ปรับเปลี่ยนจากการจัดกิจกรรม HR ทั่วไป ไปสู่ "ระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร" เนื่องจากต้นทุนด้านสุขภาพของพนักงานคือความสูญเสียทางประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity loss) เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี การสนับสนุนการออกกำลังกาย และลดการทำงานดึกเพื่อสุขภาวะโดยรวม

เจาะเทรนด์ Wellness 2026 อสังหาฯ-ท่องเที่ยว โอกาสทองธุรกิจไทย

8. AI for Wellness: การนำ AI มาเป็นผู้ช่วยสุขภาพส่วนตัวที่ "รู้ใจ" และ "วัดผลได้" เช่น การใช้ข้อมูลจาก Wearable มาวางแผนสุขภาพแบบเรียลไทม์ การคัดกรองความเสี่ยงล่วงหน้า และการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันผ่านการตรวจพิมพ์เขียวสุขภาพและการตรวจความยาวเทโลเมียร์