
พลิกโฉมดูแลเบาหวาน ‘วิมุต-เทพธารินทร์’ ชูโมเดลรักษา 'คน' มากกว่า 'โรค'
รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ ชูแนวคิด Multidisciplinary Care รักษาแบบองค์รวมมอง "คน" มากกว่า "โรค" ปรับพฤติกรรม ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน พร้อมยกระดับการรักษาคนไทยอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ เสนอโมเดลการรักษาเบาหวานแนวใหม่ที่มุ่งดูแล "คน" มากกว่า "โรค" โดยทำความเข้าใจผู้ป่วยแบบองค์รวม ตั้งแต่พฤติกรรมไปจนถึงความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- ใช้แนวทางการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) โดยมีทีมแพทย์ นักกำหนดอาหาร และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ร่วมกันวางแผนการรักษา
- มีเป้าหมายให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองและใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานได้อย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การควบคุมตัวเลขทางการแพทย์
- ในการจัดประชุมวิชาการ "THEPTARIN Endocrine Conference" ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเชื่อมโยงงานวิชาการสู่แนวทางการดูแลผู้ป่วยจริง
การรักษา “เบาหวาน” ไม่ได้จบแค่ตัวเลขน้ำตาลในเลือด แต่ต้องทำความเข้าใจผู้ป่วย ตั้งแต่ต้นเหตุ ทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต โภชนาการ โรคร่วม ไปจนถึงความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ จึงวางรากฐานการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ หรือ Multidisciplinary Care ขยายไปสู่การสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย การพัฒนาแนวทางการรักษา และการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และหลักฐานเชิงวิชาการใหม่ ๆ ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในการจัดประชุมวิชาการ “THEPTARIN Endocrine Conference” ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิกจากหลากหลายสถาบัน ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการรักษาใหม่ ๆ พร้อมเชื่อมงานวิชาการเข้ากับการดูแลผู้ป่วยจริง
จากศูนย์เบาหวานแห่งแรก สู่การรักษาที่มอง “คน” มากกว่า “โรค”
ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ หิมะทองคำ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ กล่าวว่า โรคต่อมไร้ท่อไม่ใช่ปัญหาที่แพทย์เพียงคนเดียวสามารถดูแลได้อย่างครอบคลุม จึงพัฒนาแนวทาง Multidisciplinary Care พร้อมนำนักกำหนดอาหารเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของทีมรักษา ถือเป็นแนวทางที่แตกต่างจากการรักษาแบบเดิม
ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลโรคและใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การค้นหาสาเหตุ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลโภชนาการ ไปจนถึงการลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงทำให้ระดับน้ำตาลดีขึ้น แต่ต้องช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลโรคและใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน
โรคต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิกเป็นกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้ป่วยในหลายมิติ ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ไทรอยด์ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพกระดูก รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ การดูแลผู้ป่วยจึงต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลายสาขา และต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง งานประชุม THEPTARIN Endocrine Conference จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากคณาจารย์ แพทย์และวิทยากรจากเครือข่ายวิชาการด้านต่อมไร้ท่อ เบาหวาน และเมตาบอลิกระดับประเทศ สู่แนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว
ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของการรักษายุคใหม่จึงไม่ได้มองเพียง “โรค” แต่ต้องเข้าใจ “ผู้ป่วย” ในบริบทที่แตกต่างกัน เพราะคนไข้แต่ละคนมีต้นเหตุ ความเสี่ยง พฤติกรรม และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
การดูแลผู้ป่วยด้านต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะเบาหวานและโรคเมตาบอลิกในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาโรค หรือควบคุมตัวเลขทางการแพทย์เท่านั้น แต่ต้องมองผู้ป่วยทั้งคน เข้าใจต้นเหตุ ความเสี่ยง พฤติกรรม และบริบทชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์ต่อมไร้ท่อจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจโรค ปรับวิถีชีวิต ลดความเสี่ยง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
องค์ความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางที่สั่งสมมายาวนาน
โดยศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ มีจุดแข็งจากองค์ความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางที่สั่งสมมายาวนาน ผสานกับแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ นักกำหนดอาหาร ทีมพยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีความรู้ในการดูแลโรค ติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
นำองค์ความรู้ทางวิชาการ ต่อยอดสู่การดูแลผู้ป่วยจริง
ดังนั้น การประชุมวิชาการ THEPTARIN Endocrine Conference จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาต่อยอดสู่การดูแลผู้ป่วยจริงและสะท้อนบทบาทของรพ.วิมุต-เทพธารินทร์ในการเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการรักษาด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิกของประเทศไทย”
จากจุดเริ่มต้นของศูนย์เบาหวานแห่งแรก สู่การสร้างระบบดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ และวันนี้ขยับต่อสู่เวทีวิชาการระดับประเทศ “THEPTARIN Endocrine Conference” จึงไม่ได้เป็นเพียงงานประชุมสำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ แต่เป็นอีกกลไกในการเชื่อม “องค์ความรู้” เข้ากับ “การรักษาจริง”
เป้าหมายสุดท้ายของการขับเคลื่อนทั้งหมดจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขทางการแพทย์ดีขึ้น แต่คือการทำให้ผู้ป่วยเข้าใจโรค ดูแลตัวเองได้ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเดินหน้าสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน







