
รองรับผู้มีภาวะพึ่งพิงเพิ่ม 6 เท่าใน 3 ปี ชู 'ธรรมนูญสุขภาพ' ส่งทีมดูแลถึงบ้าน
อบต.หนองปลาไหล จ.เพชรบุรี ใช้ 'ธรรมนูญสุขภาพตำบล' เป็นเข็มทิศเชื่อม กปท. กับระบบ LTC จัดทีม Caregiver อาสาบริบาลท้องถิ่นดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงถึงบ้าน หลังจำนวนเพิ่มจาก 10 คนเป็น 60 คนภายใน 3 ปี
KEY
POINTS
- อบต.หนองปลาไหล จ.เพชรบุรี เผชิญปัญหาผู้มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น 6 เท่าในรอบ 3 ปี ทำให้ต้องเร่งวางระบบดูแล
- ใช้กลไก "ธรรมนูญสุขภาพตำบล" ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและจัดตั้งทีมผู้ดูแล (Caregiver) และอาสาบริบาลท้องถิ่นลงพื้นที่ให้บริการถึงบ้าน
- ระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้มีภาวะพึ่งพิงทั้ง 60 คนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ทั้งด้านสุขภาพ การฟื้นฟู และกิจวัตรประจำวัน ช่วยลดภาระของครอบครัว
- แม้ระบบจะประสบความสำเร็จ แต่ยังมีความท้าทายในการรักษาบุคลากรไว้ในระบบ เนื่องจากค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับภาระงาน
13 สิงหาคม 2569 นายประสพชัย อารีวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า อบต.หนองปลาไหลร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) มาตั้งแต่ปี 2556 โดยเปิดให้ผู้แทนจากท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพ และชุมชน ร่วมกันกำหนดทิศทางและแก้ไขปัญหาสุขภาพให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
หนึ่งในกลไกสำคัญคือ "ธรรมนูญสุขภาพตำบล" ซึ่งเกิดจากการทำประชาคม วิเคราะห์ปัญหา และจัดทำแผนสุขภาพร่วมกัน ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ค้นหาปัญหา วางแผน ไปจนถึงติดตามผล ขณะเดียวกันยังช่วยให้การใช้งบประมาณกองทุน กปท. ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการเตรียมระบบรองรับผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
"นวัตกรรมชุมชนไม่จำเป็นต้องเป็นเทคโนโลยีราคาแพง แต่อาจเป็นการออกแบบระบบให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้จริง ธรรมนูญสุขภาพตำบลทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม และช่วยให้งบประมาณถูกใช้ตรงจุด เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง" นายประสพชัยกล่าว
จำนวนผู้มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าภายในเวลา 3 ปี
ทั้งนี้ ข้อมูลของ ต.หนองปลาไหล สะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งวางระบบดูแล โดยจำนวนผู้มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มจากประมาณ 10 คนในปี 2567 เป็นกว่า 20 คนในปี 2568 และเพิ่มเป็น 60 คนในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าภายในเวลา 3 ปี จากจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 682 คน ทำให้ท้องถิ่นต้องเตรียมทั้งบุคลากร งบประมาณและระบบประสานงานให้เพียงพอ เพื่อให้บริการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น อบต.หนองปลาไหลจึงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยเหลือดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือ Caregiver (CG) และอาสาบริบาลท้องถิ่น ทั้งด้านการฝึกอบรมและจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น พร้อมเชื่อมการทำงานเข้ากับระบบระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (LTC) เพื่อจัดบริการตามแผนดูแลรายบุคคล โดยประสานข้อมูลระหว่างทีมดูแล ครอบครัว และหน่วยบริการสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบันมีบุคลากรดูแลรวม 10 คน ประกอบด้วย CG จากโครงการจ้างงานผู้ช่วยเหลือดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง 5 คน รับผิดชอบ 20 คน CG ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองปลาไหลจ้างผ่านระบบ LTC จำนวน 3 คน รับผิดชอบ 30 คน และอาสาบริบาลท้องถิ่นที่ อบต.สนับสนุนอีก 2 คน รับผิดชอบ 10 คน ทำให้สามารถดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงได้ครบทั้ง 60 คน
ทั้งนี้ ทีม CG มีหน้าที่ติดตามสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้าน ส่วนอาสาบริบาลท้องถิ่นช่วยเหลือด้านกิจวัตรประจำวัน การดูแลครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันแผลกดทับ การฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงการดูแลสภาพจิตใจ นอกจากนี้ ทีมงานยังนำวัสดุที่หาได้ในพื้นที่มาประยุกต์เป็นอุปกรณ์ฟื้นฟูที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อให้ผู้รับบริการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น พร้อมรับรู้ว่าครอบครัวและชุมชนยังคงอยู่เคียงข้าง
ผลจากการส่งทีมดูแลถึงบ้านไม่เพียงช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังช่วยลดภาระของครอบครัว โดยญาติสามารถออกไปทำงานได้อย่างคลายกังวล เพราะมีผู้ผ่านการอบรมคอยติดตามอาการ และประสานหน่วยบริการสุขภาพเมื่อพบความผิดปกติหรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การรักษาบุคลากร CG ให้อยู่ในระบบอย่างต่อเนื่องยังเป็นความท้าทาย เนื่องจากค่าตอบแทนประมาณเดือนละ 5,000 บาท อาจไม่สอดคล้องกับเวลาและภาระงาน นายประสพชัยจึงเสนอให้มีการสนับสนุนการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ทบทวนค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ้าง ตลอดจนพัฒนาทักษะของผู้ดูแล เพื่อสร้างความมั่นคงให้บุคลากรและเตรียมกำลังคนรองรับสังคมสูงวัยในระยะยาว
"ระบบ LTC และการจ้างงาน CG ช่วยนำบริการไปถึงบ้าน ลดภาระของครอบครัว และเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นออกแบบการดูแลตามปัญหาของชุมชน หากมีกำลังคนเพียงพอและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรี" นายก อบต.หนองปลาไหล กล่าวทิ้งท้าย







