
กลุ่มธุรกิจสุขภาพและความงาม หวัง ’อนุทิน‘ สานต่อนโยบายด้าน Wellness
กลุ่มธุรกิจสุขภาพและความงาม ชี้หาก 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คาดหวังอยากให้สานต่อ 3 นโยบาย ด้าน Wellness-กัญชา-บูรณาการโครการให้ต่อเนื่องในอนาคต
KEY
POINTS
- กลุ่มธุรกิจสุขภาพและความงามคาดหวังให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล สานต่อนโยบายด้าน Wellness เนื่องจากมีประสบการณ์
- เสนอวาระเร่งด่วนให้รัฐบาลใหม่ต่อยอดโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการพัฒนานวด สุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- เรียกร้องให้สร้างความชัดเจนและมีเสถียรภาพในนโยบายกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน
นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สถานการณ์ในตอนนี้อาจยังไม่ชี้ชัดว่าจะได้ใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากได้ 'คุณอนุทิน ชาญวีรกูล' ในมุมมองภาคธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงามน่าจะเป็นผลดี
เพราะถือว่าเคยมีบทบาทสำคัญทางด้านสาธารณสุข และเคยผลักดันนโยบายกัญชาทางการแพทย์ น่าจะมีความรู้และเข้าใจในธุรกิจเหล่านี้ โดยมีวาระเร่งด่วน 3 ข้อ สำหรับการทำงานของนายยกรัฐมนตรีและรัฐบาล ภายใต้กรอบเวลา 4 เดือน ดังนี้
1. การต่อยอดโครงการบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข สานต่อโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านการนวด สุขภาพ (Wellness) ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงโครงการเชิงบวกต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาไปสู่รัฐบาลหน้าในอนาคตได้อย่างราบรื่น เพื่อเตรียมการในสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
2. สร้างความมั่นคงและชัดเจนในนโยบายกัญชา ให้มีความนิ่งและเสถียรภาพที่ชัดเจนเพื่อใช้ในด้านการแพทย์ นโยบายนี้ควรมีความต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต
3. การบูรณาการและการบรรจุโครงการข้ามกระทรวง บูรณาการโครงการต่างๆ ร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม เพื่อให้รัฐบาลชุดต่อไปสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องไม่เกิดความขาดช่วง
“ด้วยระยะเวลา 4 เดือน ถือว่าสั้นมาก รัฐบาลอาจไม่สามารถทำอะไรที่เป็นรูปธรรมได้มากนักแค่ความคาดหวังสำคัญคือทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลชุดนี้ต้องแสดงวิสัยทัศน์และแนวคิดที่ดีออกมาอย่างเต็มที่ วางรากฐานการดำเนินงานในอนาคตให้ดี เพื่อสร้างความประทับใจและอาจนำไปสู่คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป”











