
อาการ “ซิฟิลิส” ระยะแรก ควรตรวจรักษาก่อนร้ายแรงขึ้นสมอง
อาการของ “โรคซิฟิลิส“ 3 ระยะ จากการมีเพศสัมพันธ์ เผยช่วงแรกอาจจะพบแผลที่อวัยวะเพศ-นำไปสู่อาการทางระบบประสาท ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยเร็ว ก่อนอันตรายถึงชีวิต
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุ โรคซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ จากการรับเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือจากแม่ที่ติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษาสู่ทารกในครรภ์ หลังจากได้รับเชื้อในช่วงแรกอาจจะพบแผลที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นแผลจะหายได้เอง และจะมีผื่นตามร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่อวัยวะเพศ อาจมีผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ได้
โดยผู้ติดเชื้อบางรายอาจจะไม่แสดงอาการ แต่เชื้อนั้นจะอยู่ในร่างกายถ้าไม่ได้รับการรักษา และเชื้อสามารถก่อให้เกิดความผิดปรกติที่สมอง ระบบหัวใจ รวมถึงหลอดเลือดได้ เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มีอาการแสดง ผู้ป่วยจะทราบว่าติดเชื้อได้ต่อเมื่อมีการไปตรวจเลือด
อาการของโรคซิฟิลิส แบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ดังนี้
ระยะที่ 1: ระยะแผลริมแข็ง (Primary Syphilis)
- เกิดแผลริมแข็ง (chancre) ที่บริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก
- แผลมีลักษณะเป็นตุ่มแดง ขอบนูน แข็ง กดไม่เจ็บ และหายได้เองภายใน 3–6 สัปดาห์ แม้ไม่ได้รับการรักษา
- อาจมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตร่วมด้วย
ระยะที่ 2: ระยะออกดอก (Secondary Syphilis)
- เกิดขึ้นหลังจากแผลริมแข็งหายไปแล้ว 2–6 สัปดาห์
- มีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย รวมถึงฝ่ามือ ฝ่าเท้า โดยผื่นไม่คันและไม่เจ็บ
- อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ ปวดศีรษะ น้ำหนักลด ผมร่วงเป็นหย่อมๆ และรู้สึกเหนื่อยง่าย
หากไม่ได้รับการรักษา อาการเหล่านี้อาจหายไปเอง แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย
ระยะที่ 3: ระยะตติยภูมิ (Tertiary Syphilis)
- เกิดขึ้นหลังจากติดเชื้อมาเป็นเวลานาน (หลายปี) โดยไม่ได้รับการรักษา
- เชื้อสามารถทำลายอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ หลอดเลือด ตับ กระดูก และข้อต่อ
- อาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง อัมพาต ชา และภาวะสมองเสื่อม
- หากเชื้อแพร่กระจายไปยังดวงตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือถึงขั้นตาบอดถาวร
นอกจากนี้ ยังมีโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (congenital syphilis) ที่เป็นปัญหาได้พบได้บ่อยในประเทศไทยและเป็นโรคที่มีความสำคัญเนื่อง จากส่งผลต่อความพิการของทารกในครรภ์ แต่สามารถป้องกันได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องขณะตั้งครรภ์
โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อ Treponema pallidum โดยผ่านการทางมดลูกและทารกอยู่ในครรภ์ สามารถเกิดได้ทุกระยะของการตั้งครรภ์ มีส่วนใหญ่มักเกิดระหว่างการคลอด โดยพบความรุนแรงของพยาธิสภาพแตกต่างกันไปตาม ตั้งแต่รอดไม่พบบความผิดปกติใด ๆ เลยหลังคลอด จนเมื่อมีอาการแสดงผ่านทางการตรวจร่างกาย ระบบประสาท หรืออวัยวะต่าง ๆ ที่รุนแรงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ เช่น ทารกบวมน้ำ (hydrops fetalis) และกลุ่มทารกที่คลอดก่อนกำหนด รวมทั้งแท้งและตายคลอด
ซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis)
- เกิดจากการที่แม่ที่ติดเชื้อซิฟิลิสถ่ายทอดเชื้อไปยังทารกในครรภ์
- อาจทำให้ทารกมีความผิดปกติแต่กำเนิด หรือเสียชีวิตได้
การวินิจฉัยและการรักษา
- การตรวจเลือดเป็นวิธีหลักในการวินิจฉัยโรคซิฟิลิส
- การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน สามารถรักษาโรคซิฟิลิสให้หายขาดได้
ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและภาวะแทรกซ้อน
การป้องกัน
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
- หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
- หญิงตั้งครรภ์ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองซิฟิลิสระหว่างการฝากครรภ์
หากมีพฤติกรรมเสี่ยงหรืออาการสงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อซิฟิลิส ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาโดยเร็วที่สุด







