
สธ.เผย ผู้ป่วย HIV รายใหม่ปี 68 พุ่ง 8,862 ราย เตือนวัยรุ่นเสี่ยงสูงสุด
กระทรวงสาธารณสุขชี้ปี 2568 ผู้ป่วย HIV รายใหม่ 8,862 รายทั่วประเทศ ส่วนมหาสารคามพบ 136 ราย เสียชีวิต 49 ราย น่าห่วงวัยรุ่นเสี่ยงมากสุด
มหาสารคามรายงานสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ในปี 2568 พบผู้ป่วยรวม 443 ราย เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม 2568 ที่ผ่าน โดยกลุ่มวัยรุ่นยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด
ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนภัยด้านสาธารณสุขที่ต้องเร่งดำเนินมาตรการเข้มงวด โดยเฉพาะเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) พบผู้ติดเชื้อแล้ว 136 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากภ.าวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง 49 ราย ส่วนโรคหนองในและซิฟิลิสก็ยังน่าเป็นห่วง โดยคลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัด เผยเพียง 2 วัน มีผู้เข้ารับการรักษา 3 ราย พบว่ามี 1 รายติดเชื้อซิฟิลิสและ HIV พร้อมกัน
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขรายงานภาพรวมสถานการณ์ติดเชื้อ HIV ในปี 2568 คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,862 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์หรือภาวะแทรกซ้อน 10,217 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อ HIV สะสมที่ยังมีชีวิตอยู่ในประเทศไทย ณ ปัจจุบันมีประมาณ 568,565 คน ซึ่งแสดงถึงความรุนแรงและความท้าทายของโรคในระดับประเทศ
HIV คืออะไร
HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งเป็นเซลล์หลักในการปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อและโรคต่าง ๆ ไวรัสนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะยึดจับและทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกัน
ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงอย่างมาก หากไม่ได้รับการรักษา จะนำไปสู่โรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ HIV
ผู้ติดเชื้อ HIV ในระยะแรกส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัวและแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจได้ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาผู้ติดเชื้อและรับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
อาการและระยะของการติดเชื้อ HIV
ระยะที่ 1 (Acute HIV) เกิดภายใน 2-4 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองบวม อาการนี้จะหายไปเองใน 2-3 สัปดาห์
ระยะที่ 2 (Chronic HIV หรือ Clinical Latency) ร่างกายยังไม่มีอาการหรืออาการน้อย สามารถอยู่ในระยะนี้ได้ 5-10 ปี หรือมากกว่า
ระยะนี้มีอาการแบ่งเป็นสองระดับคือ
• อาการเล็กน้อย เช่น ไข้ต่ำ ๆ เจ็บคอ ฝ้าขาวในปาก ผื่นเล็กบนผิวหนัง
• อาการปานกลาง เช่น ติดเชื้อทางเดินหายใจซ้ำ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ งูสวัด ไซนัสอักเสบ ท้องเสียเรื้อรัง
ระยะที่ 3 (AIDS) คือระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายอย่างรุนแรง เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง เช่น วัณโรค โรคปอดอักเสบ ติดเชื้อราในสมอง เริมเรื้อรัง โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคมะเร็งบางชนิด
ช่องทางการติดเชื้อ HIV
- เพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้ติดเชื้อ
- ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ
- แม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นม
แนวทางป้องกัน
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- ตรวจคัดกรอง HIV อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคู่สามี-ภรรยาที่วางแผนมีบุตร หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
- การตรวจคัดกรอง HIV ในระยะแรกช่วยให้ผู้ติดเชื้อสามารถรับยาต้านไวรัส (ART) ได้ทันเวลา ซึ่งจะช่วยลดปริมาณไวรัสในเลือดจนไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ (ปริมาณไวรัสต่ำกว่า 200 copies/ml)
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังแนะนำให้เพิ่มการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน และโรคเริม เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อในประชากรกลุ่มเสี่ยง
สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในมหาสารคามและในภาพรวมของประเทศไทย ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญต่อระบบสาธารณสุข ทั้งในแง่ของการเฝ้าระวัง การให้บริการตรวจวินิจฉัย และการรักษาที่ครอบคลุม รวมถึงการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง







