thansettakij
thansettakij
อย. ผนึก 5 สมาคมอาหาร คุมเข้มเกลือไนไตรท์ยกระดับความปลอดภัย

อย. ผนึก 5 สมาคมอาหาร คุมเข้ม "เกลือไนไตรท์" เกินมาตรฐานความปลอดภัย

04 ส.ค. 69 | 07:04 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 69 | 07:10 น.

อย.จับมือ 5 สมาคมธุรกิจภัตตาคารและอาหาร พร้อมกลุ่มผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร คุมเข้มเกลือไนไตรท์ เดินหน้ายกระดับความปลอดภัย ยกระดับการให้อบรมผู้ปรุงอาหาร

KEY

POINTS

  • อย. ร่วมมือกับ 5 สมาคมธุรกิจอาหารและผู้ประกอบการ เพื่อวางมาตรการควบคุมการใช้เกลือไนไตรท์ให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  • เตรียมออกกฎหมายบังคับให้เกลือไนไตรท์ที่จำหน่ายโดยตรงต้องผสมสีชมพู เพื่อป้องกันการสับสนกับเกลือบริโภคทั่วไป
  • กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เกลือไนไตรท์ต้องมีฉลากแสดงข้อความคำเตือนถึงอันตรายหากใช้เกินปริมาณที่แนะนำ
  • มีมาตรการให้ความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายธุรกิจอาหารและผู้ประกอบการวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาการใช้สารไนไตรท์เกินเกณฑ์มาตรฐาน นำไปสู่การวางมาตรการควบคุมเข้มงวดทั้งระบบการผลิต การจำหน่าย และการนำไปปรุงอาหารเพื่อสวัสดิภาพของผู้บริโภค

จับมือ 5 สมาคมภัตตาคาร-อาหารคุมเข้มความปลอดภัย

การเคลื่อนไหวล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการประชุมร่วมกับ 5 สมาคมธุรกิจภัตตาคารและอาหาร ประกอบด้วย สมาคมร้านอาหาร สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ สมาคมเชฟประเทศไทย และสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด ร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร

 

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการเข้ามากำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศ หลังจากพบปัญหากระทบสุขอนามัยจากการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะสารกลุ่มไนไตรท์ในสถานที่ปรุงอาหารและร้านค้าบางแห่ง

ปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด หรือการใช้อย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างรุนแรง เนื่องจากสารไนไตรท์เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เกินมาตรฐาน จะทำให้เกิดอาการเฉียบพลัน เช่น เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ ร่างกายขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย. จึงจำเป็นต้องผสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหารเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ

อย.จับมือ 5 สมาคมธุรกิจภัตตาคารและอาหาร พร้อมกลุ่มผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เดินหน้ายกระดับความปลอดภัย

ยกระดับความปลอดภัยในการใช้วัตถุเจือปนอาหาร

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า อย. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ดังนั้น การดำเนินงานในครั้งนี้จึงเป็นการใช้มาตรการควบคู่กันทั้งด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจ และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ผลิตและผู้นำเข้า โดยในส่วนของผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารนั้น

จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร การแสดงวิธีใช้บนฉลากอย่างชัดเจน การควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน และการจัดทำบันทึกการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

สำหรับข้อตกลงและแนวทางที่เห็นชอบร่วมกันในที่ประชุม เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้วัตถุเจือปนอาหารประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการสร้างความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้บริโภค ผ่านการจัดทำหลักสูตรอบรมการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อวัตถุดิบ การอ่านฉลากอย่างละเอียด ตลอดจนวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไนไตรท์อย่างปลอดภัย

เดินหน้ามาตรการเชิงรุกในการเข้ามากำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศ

แก้ไขข้อจำกัดเกลือไนไตรท์

ส่วนที่สองคือมาตรการทางกฎหมายที่ อย. เตรียมปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับ โดยจะกำหนดให้เกลือไนไตรท์ที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคโดยตรง ต้องทำการผสมสีชมพูลงไปในเนื้อเกลือ การใช้สีชมพูในเกลือไนไตรท์มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแตกต่างทางกายภาพอย่างชัดเจน ป้องกันไม่ให้ผู้ปรุงอาหาร เกิดความสับสนหรือหยิบใช้ผิดพลาดกับเกลือบริโภคทั่วไปซึ่งมีลักษณะเป็นผงสีขาวเหมือนกัน

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่จะบังคับให้ผลิตภัณฑ์เกลือไนไตรท์สำหรับผู้ปรุงอาหารและผู้บริโภค ต้องแสดงข้อความคำเตือนบนฉลากไว้อย่างชัดเจนว่า "ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้" ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไป อย. จะทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และนักวิชาการ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการออกกฎหมายต่อไป

ความร่วมมือระหว่าง อย. สมาคมธุรกิจอาหาร และกลุ่มผู้ประกอบการวัตถุเจือปนอาหารในครั้งนี้ ถือเป็นการวางเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสารเคมีในอาหาร ซึ่งเลขาธิการฯ อย. เชื่อมั่นว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้วัตถุเจือปนอาหารผิดวิธีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยของอาหารไทยให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศอย่างยั่งยืน