thansettakij
thansettakij
สธ. หนุน Food Safety คัดกรองอาหาร สารปนเปื้อนในตลาดสด

สาธารณสุขหนุน Food Safety คัดกรองอาหาร สารปนเปื้อนในตลาดสด

20 ก.ค. 69 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ค. 69 | 04:13 น.

สาธารณสุข เดินหน้า Food Safety ตรวจคัดกรองอาหาร สารปนเปื้อนในตลาด พร้อมเตรียมปรับปรุงเกณฑ์วัตถุเจือปนอาหาร บังคับผสมสีชมพูในไนไตรท์เพื่อแยกจากเกลือทั่วไป ป้องกันการหยิบใช้ผิดพลาด

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขผลักดันนโยบายความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) เชิงรุก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบจนถึงการจำหน่าย
  • อย. ส่งรถโมบายเคลื่อนที่ (Mobile Unit for Food Safety) ลงพื้นที่ตลาดสดทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองสารปนเปื้อนอันตราย 5 ชนิดในอาหาร
  • มีการกำกับดูแลการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างเข้มงวด เช่น ไนไตรท์ พร้อมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในการเลือกซื้ออาหารอย่างปลอดภัย

ความปลอดภัยของอาหารคือรากฐานสำคัญของสุขภาพประชาชน กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก ตั้งแต่ต้นทางการเลือกวัตถุดิบจนถึงการจำหน่าย โดยสั่งการหน่วยงานในสังกัดบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งการสุ่มตรวจในพื้นที่และการปรับปรุงกฎหมายควบคุมวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างเข้มงวด

การขับเคลื่อนนโยบายด้านความปลอดภัยอาหารของกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณครั้งสำคัญไปยังผู้ประกอบการ ร้านอาหาร และผู้ปรุงอาหารทั่วประเทศ ให้หันมาตระหนักและร่วมกันรับผิดชอบต่อสุขอนามัยในทุกขั้นตอน โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำว่าความปลอดภัยของอาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างสุขภาพที่ดีของประชาชน

สาธารณสุข มุ่งคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภค เฝ้าระวังเชิงรุกผ่านรถ Mobile Unit for Food Safety ตรวจคัดกรองอาหาร

ดังนั้น มาตรการกำกับดูแลจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบ การใชวัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง ตลอดจนสุขลักษณะในการปรุงและจัดจำหน่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชนว่าอาหารทุกมื้อมีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

เดินหน้าเชิงรุก ตรวจจับสิ่งปนเปื้อน

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขในสังกัดขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังเชิงรุก การตรวจจับสิ่งปนเปื้อน และการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากการป้องกันอันตรายตั้งแต่ต้นทางเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ทั้งนี้ การควบคุมดูแลจะไม่ใช่เพียงแค่การบังคับใช้กฎหมายหลังเกิดเหตุ แต่เป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงอย่างถูกวิธี

กระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้ประชาชน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาหารใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง

ด้านเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ส่งรถ Mobile Unit for Food Safety ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกในตลาดและแหล่งจำหน่ายอาหารต่างๆ ทั่วประเทศ โดยรถโมบายดังกล่าวทำหน้าที่ตรวจคัดกรองสารปนเปื้อนอันตรายในอาหารด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น

เฝ้าระวัง 5 สารเคมีอันตราย

สามารถวิเคราะห์ผลได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมสารเคมีห้ามใช้และสารตกค้างที่เป็นอันตรายร้ายแรง 5 ประเภทหลัก ได้แก่ สารเร่งเนื้อแดง, บอแรกซ์, ฟอร์มาลดีไฮด์, สารฟอกขาว และสารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำ การตรวจคัดกรองนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสกัดกั้นอาหารที่ไม่ปลอดภัยออกจากท้องตลาด แต่ยังเป็นมาตรการป้องปรามผู้ผลิตที่ขาดความรับผิดชอบควบคู่กันไปด้วย

นอกจากการตรวจสารปนเปื้อนแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำรถโมบายยังทำหน้าที่ให้คำแนะนำเชิงรุกแก่ประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารอย่างปลอดภัย การสังเกตและอ่านฉลากโภชนาการ รวมถึงการมองหาตราสัญลักษณ์โภชนาการ "ทางเลือกสุขภาพ" เพื่อให้ผู้บริโภคมีทักษะและองค์ความรู้ในการปกป้องสุขภาพของตนเองในการเลือกซื้ออาหารในชีวิตประจำวัน

กระทรวงสาธารณสุข ตรวจคัดกรองอาหาร ให้ความรู้ประชาชน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาหารใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง

ส่วนกรณีที่มีข่าวการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีส่วนผสมของไนไตรท์ไม่ถูกต้อง อย. ขอความร่วมมือผู้ประกอบอาหาร ร้านอาหาร และผู้ปรุงอาหารทุกแห่ง ใช้วัตถุเจือปนอาหารตามประเภทและปริมาณที่กฎหมายกำหนด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด

ผิด พ.ร.บ. อาหารโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ

เนื่องจากแม้ไนไตรท์จะเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ในอาหารบางประเภท แต่หากใช้ไม่ถูกต้องหรือใช้เกินปริมาณที่กำหนด อาจส่งผลให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติ ผู้ได้รับอาจมีอาการเขียวคล้ำ มึนศรีษะ เซื่องซึม หัวใจเต้นผิดจังหวะ หมดสติ และชักได้

ดังนั้น หากมีการแบ่งบรรจุลงภาชนะอื่นควรติดฉลากระบุชื่อวัตถุเจือปนอาหารและคำเตือนให้ชัดเจน รวมทั้งจัดเก็บแยกจากเกลือหรือเครื่องปรุงอื่นอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันการหยิบใช้ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ และควรจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ที่ถูกต้องอยู่เสมอ

หากมีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคหรือเข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ อย. อยู่ระหว่างปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลวัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไตรท์ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวิธี โดยมีแนวทางกำหนดให้ผลิตภัณฑ์มีสีชมพูเพื่อแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปอย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลากให้เข้าใจง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น ให้ผู้ประกอบอาหารสามารถเลือกใช้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และลดโอกาสเกิดความผิดพลาด