
สบส. รื้อ พ.ร.บ.อุ้มบุญ เปิดทางกลุ่มหลากหลายทางเพศมีบุตร รับฟังความเห็นถึง 31 ก.ค.นี้
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายอุ้มบุญฉบับใหม่ แก้คำนิยามจาก "สามีภริยา" เป็น "คู่สมรส" เพื่อรองรับความเท่าเทียม เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ถึง 31 ก.ค.นี้
KEY
POINTS
- กรม สบส. กำลังดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.อุ้มบุญ โดยเปลี่ยนคำว่า "สามีภริยา" เป็น "คู่สมรส" เพื่อให้คู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้
- ร่างกฎหมายใหม่ยังมีการปรับปรุงเงื่อนไขสำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติ, การอนุญาตให้ส่งออกอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน และเพิ่มอัตราโทษเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์
- สบส. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านเว็บไซต์ www.law.go.th จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
16 กรกฎาคม 2569 นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรม สบส. ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์(อุ้มบุญ) ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และมีแนวโน้มมีภาวะมีบุตรยากเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความก้าวหน้าและมีการใช้บริการมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบททางสังคม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากล
การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ ยังมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์กับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็ก ผู้รับบริการ ผู้ให้กำเนิดแทน และบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแล ป้องกันการแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และการค้ามนุษย์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น Medical Hub ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีความรัดกุม โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
"เชื่อว่าการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การจัดทำกฎหมายที่มีความเหมาะสม เป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิของเด็ก ผู้รับบริการ และบุคลากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ" นายแพทย์ภูวเดช กล่าว
ด้านทันตแพทย์อาคม รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับปรับปรุง ประกอบด้วย การปรับแก้คำว่า "สามีภริยา" เป็น "คู่สมรส" เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและเปิดโอกาสให้คู่สมรสที่เท่าเทียมสามารถเข้าถึงบริการได้ การเพิ่มพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
การปรับเงื่อนไขการให้บริการแก่คู่สมรสที่มีชาวต่างชาติ การกำหนดให้เจ้าของอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน สามารถส่งออกอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนได้ รวมทั้งการปรับเพิ่มอัตราโทษในความผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดด้านการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ทั้งนี้ กรม สบส. ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 31 กรกฎาคม 2569 โดยความคิดเห็นของทุกภาคส่วนจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนากฎหมายให้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยต่อไป







