thansettakij
thansettakij
สปสช.ย้ำ ผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP เข้ารักษาได้ทุก รพ. 

สปสช.ย้ำ ผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP เข้ารักษาได้ทุก รพ. 

17 พ.ค. 69 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :17 พ.ค. 69 | 07:37 น.

สปสช. ย้ำปชช.บาดเจ็บรุนแรงจากเหตุรถไฟชนรถบัส กรณิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต เข้ารักษา รพ.ทุกแห่งได้ตามสิทธิ UCEP ขณะที่ สิทธิบัตรทอง มีหลักเกณฑ์รองรับเพิ่มเติมตาม ม. 7 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ พร้อมประสานการส่งต่อ-เบิกจ่ายต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • ผู้บาดเจ็บจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่มีภาวะฉุกเฉินวิกฤต สามารถใช้สิทธิ UCEP เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก
  • ผู้บาดเจ็บที่อาการไม่วิกฤตซึ่งมีสิทธิบัตรทอง 30 บาท จะได้รับการดูแลรักษาเช่นกัน โดยโรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายค่ารักษากับ สปสช. ได้
  • สปสช. ยืนยันจะประสานงานและสนับสนุนทั้งผู้ป่วยและโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

17 พฤษภาคม 2569 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า จากเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 บริเวณถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายนั้น สปสช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจถึงผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งร่วมดูแลผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง

สำหรับในส่วนของผู้บาดเจ็บนั้น ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงและมีภาวะฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต สามารถใช้สิทธิ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่) ตามนโยบายรัฐที่คุ้มครอง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่งทั่วประเทศได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงแรก หรือจนกว่าจะพ้นวิกฤติ ซึ่ง สปสช. จะร่วมประสานหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการตามสิทธิหรือหน่วยบริการที่เหมาะสมต่อไป

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ส่วนผู้บาดเจ็บที่ไม่อยู่ในกลุ่มภาวะฉุกเฉินวิกฤตนั้น ในกรณีของผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ "สิทธิบัตรทอง 30 บาท" ขอให้มั่นใจว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีหลักเกณฑ์รองรับการดูแลรักษาพยาบาลในกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยโรงพยาบาลที่ให้การรักษาสามารถดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพ และเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่านระบบของ สปสช. ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ 

สปสช.พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนประสานงาน 

"ผู้บาดเจ็บและญาติไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิการรักษา และโรงพยาบาลไม่ต้องกังวลเรื่องการเบิกจ่าย สปสช. มีเกณฑ์รองรับทั้งกรณีฉุกเฉินวิกฤตตาม UCEP และกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 โรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยตามความจำเป็นเร่งด่วนได้ก่อน ส่วนการประสานสิทธิ การส่งต่อ และการเบิกจ่าย สปสช. พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนและประสานงานตามระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องอย่างเหมาะสม" ทพ.อรรถพร กล่าว

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

โฆษก สปสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้ประสานติดตามข้อมูลกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง ทั้งในการประสานส่งต่อ และการให้คำแนะนำเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่หน่วยบริการ

ทั้งนี้ สปสช. ขอให้หน่วยบริการที่ให้การรักษาผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง ดูแลรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ และดำเนินการบันทึกข้อมูลเพื่อเบิกจ่ายผ่านระบบของ สปสช. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากมีข้อขัดข้องในการตรวจสอบสิทธิ การประสานส่งต่อ หรือการเบิกจ่าย สามารถประสาน สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร หรือสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนหรือญาติผู้บาดเจ็บที่ต้องการสอบถามสิทธิการรักษา การใช้สิทธิบัตรทอง หรือขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง