
อาการ ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ โรคติดเชื้ออันตรายที่ชื่อน่ากลัว ระบาดอังกฤษดับแล้ว 2 คน
อาการ "ไข้กาฬหลังแอ่น" วิธีป้องกันการติดต่อและวิธีรักษา หลังล่าสุดระบาดอังกฤษดับแล้ว 2 คน โรคติดเชื้ออันตรายที่ชื่อน่ากลัว แต่ป้องกันได้
KEY
POINTS
- สหราชอาณาจักรเผชิญการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ B อย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาและนักเรียน
- เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อผ่านทางเดินหายใจ (ไอ, จาม) มีอาการสำคัญ 3 อย่างคือ ไข้สูง, ผื่นลักษณะจ้ำเลือด และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- จัดเป็นโรคติดเชื้ออันตรายที่มีความรุนแรงสูง หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดอาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70-80% และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
อาการ "ไข้กาฬหลังแอ่น" ระบาดอังกฤษดับแล้ว 2 คน โดยการระบาดของ “ไข้กาฬหลังแอ่น” ว่ากันว่าเริ่มระบาด ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.2569 สหราชอาณาจักร โดยเฉพาะพื้นที่แคนเทอร์เบอรี มณฑลเคนท์ เผชิญการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Invasive meningococcal disease) จากเชื้อเมนิงโกคอกคัสกลุ่ม B (MenB) ในระดับที่รุนแรงและรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเคนท์วัย 21 ปี และนักเรียนมัธยมปลายในเมืองเฟเวอร์แชม ทางการยกระดับการเตือนภัยเป็นเร่งด่วน
โรค‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ เกิดจากอะไร?
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis (ไม่ใช่กามโรค)
- ที่มาของชื่อ: "ไข้กาฬ" เพราะรุนแรงถึงตายได้เร็ว / "หลังแอ่น" เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการชักเกร็งจนหลังแอ่น (ไม่เกี่ยวกับนกนางแอ่น)
- สถานการณ์ในไทย: พบได้ประปราย ไม่ค่อยระบาดใหญ่ แต่มักเกิดในกลุ่มคนที่อยู่รวมกันหนาแน่น (หอพัก, ค่ายทหาร, โรงเรียน)
การติดต่อและอาการสำคัญ
- การติดต่อ: ผ่านทางเดินหายใจ (ไอ, จาม, เสมหะ, น้ำลาย)
- 3 อาการหลัก: ไข้ + ผื่น + เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- จุดสังเกต: ผื่นจะเป็นจ้ำเลือดเหมือนรอยฟกช้ำ หรือมีลักษณะเฉพาะคือ "รูปดาวกระจาย" มักขึ้นตามลำตัวส่วนล่าง ขา และเท้า
ความรุนแรงและการรักษา
- อันตรายสูง: หากติดเชื้อในกระแสเลือด อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70-80% *
- การรักษา: เป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องให้ยาต้านจุลชีพ (Penicillin หรือ Cephalosporins) ทางหลอดเลือดดำโดยเร็วที่สุด หากรักษาทันท่วงทีจะช่วยลดอัตราการตายได้
วิธีป้องกัน
- วัคซีน: ป้องกันได้บางสายพันธุ์ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปพื้นที่ระบาด (เช่น แอฟริกา หรือไปแสวงบุญที่เมกกะ)
- ยาต้านจุลชีพ: ใช้ป้องกันสำหรับ "ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย" (คนในบ้าน, เพื่อนร่วมห้อง) ซึ่งได้ผลดีโดยไม่เกี่ยงสายพันธุ์เชื้อ
ขณะที่ ศ.ดร.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “การระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในเด็กมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในอังกฤษ” ในตอนหนึ่งว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีอาการค่อนข้างเร็ว และรุนแรง ถึงแม้จะมียาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษา ถ้าเป็นรุนแรงอาจจะให้ยาไม่ทันและทำให้เสียชีวิตได้ อย่างในการระบาดครั้งนี้ของอังกฤษมีผู้เสียชีวิต 2-3 รายซึ่งเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่สำคัญคือผู้สัมผัสโรค จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคร่วมด้วย จึงมีนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากที่อยู่ในข่ายสัมผัสโรค สร้างความวุ่นวายมากพอสมควรในการระบาดแต่ละครั้ง
เชื้อนี้มี หลายซีโรไทป์ เช่น A, B , C, W, Y สำหรับในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบบ่อยเป็นสายพันธุ์ serotype B การเดินทางไปต่างประเทศสำหรับนักเรียน โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม ที่จะต้องไปอยู่เป็นกลุ่มก้อน หรือไปเรียนช่วงปิดเทอม work แอน travel มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง วัคซีนที่ใช้ในภาคบังคับที่จะไปเรียนทางประเทศตะวันตกส่วนใหญ่จะเป็น 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ ACWY ในปัจจุบันสายพันธุ์ type B ก็มีการพัฒนาวัคซีนใช้แล้ว แต่เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้พบบ่อยในประเทศไทย จึงยังไม่ได้มีการนำวัคซีนมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ก็ควรต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการระบาดเป็นกลุ่มก้อน.






