thansettakij
thansettakij
เปิดมิติสุขภาพกับ Future Food ตอบโจทย์ผู้บริโภค-รับเทรนด์ปี 2026

เปิดมิติสุขภาพกับ Future Food ตอบโจทย์ผู้บริโภค-รับเทรนด์ปี 2026

10 มี.ค. 2569 | 23:20 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 23:33 น.

เปิดเทรนด์ Future Food 2026 กับ 4 มิติเพื่อสุขภาพตอบโจทย์คนยุคใหม่ ก้าวสู่ยุคแห่งการกินแบบยั่งยืนอย่างสมบูรณ์

KEY

POINTS

  • เทรนด์ผู้บริโภคไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ผลักดันให้ "อาหารแห่งอนาคต" (Future Food) โดยเฉพาะอาหารจากพืช (Plant-Based) กลายเป็นกระแสหลักที่คาดว่าจะเติบโตสูงในปี 2026
  • อาหารแห่งอนาคตต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่เพียงเน้นด้านสุขภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวก คุณภาพ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
  • ตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-To-Eat) ต้องใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการอาหารที่ดีต่อทั้งตนเองและโลก

ผลสำรวจงานวิจัย ‘Value in motion’ ของ PwC ระบุว่า การดูแลสุขภาพในยุค 2026 ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นสิ่งสำคัญในสังคมไทย ผู้บริโภคในประเทศไทยกว่า 38% รับรู้เรื่องสุขภาพ และคาดว่าของตนเองอยู่ในเกณฑ์ ‘ยอดเยี่ยมหรือดีมาก’ (เทียบกับ 46% ทั่วโลก) อีก 41% ให้คะแนนสุขภาพของตนเองว่า ‘ดี’ แต่หากพิจารณาให้ลึกลงไป ยังสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นพืชเป็นหลักอย่างวีแกนและมังสวิรัติที่มีสัดส่วนสูงถึง 61% 

ขณะที่เทรนด์อาหารในปี 2569 ต้องตอบโจทย์สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เน้นความสะดวกและคุณภาพ ควบคู่ไปกับผู้บริโภค รวมถึงการหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน เทรนด์นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นกุญแจสำคัญ ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready To-Eat Meals) ที่ให้ความสะดวก มีรสชาติอร่อยและคุณภาพดี

ดังนั้น จึงนับได้ว่าปัจจุบันก้าวสู่ยุคแห่งการทานที่ยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก และประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุค “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) อย่างเต็มตัวแล้ว คาดการณ์ว่ากลุ่มอาหารประเภทนี้จะเติบโตเฉลี่ยสูงราว 5-8% ต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) และรูปแบบการบริโภคพืชเป็นหลัก (Plant Based Diet) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่

เปิดมิติสุขภาพกับ Future Food ตอบโจทย์ผู้บริโภค-รับเทรนด์ปี 2026

ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-To-Eat) ต้องยกระดับด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างจุดเด่นที่แตกต่าง การส่งมอบเมนูอาหารที่ปรุงสุกพร้อมทานไม่เพียงแต่ต้องตอบโจทย์เรื่องเวลา แต่ต้องสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อโลกและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะครองใจผู้บริโภคในโลกยุคปัจจุบันได้

ในโอกาสวันสตรีสากล “วีจีฟอร์เลิฟ” (VG for Love) ชวน “Give to Gain” ผ่านแนวคิด “Love 4 มิติ” โดยมิติแรก Give สุขภาพให้ตัวเองด้วยอาหารคุณภาพ เปี่ยมด้วยความอร่อย ให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มที่ เพื่อ Gain ร่างกายที่แข็งแรงจากภายใน

มิติที่สอง Give ความเมตตาแก่สรรพสัตว์ เพื่อ Gain ชีวิตที่สงบสุขทางใจเมื่อลดการเบียดเบียน มิติที่สาม Give ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ Gain อนาคตที่ใสสะอาดด้วยกระบวนการผลิตอาหารที่ลดผลกระทบต่อโลกธรรมชาติ 

เปิดมิติสุขภาพกับ Future Food ตอบโจทย์ผู้บริโภค-รับเทรนด์ปี 2026

และมิติสุดท้าย Give การลงมือทำเพื่อโลก เพื่อ Gain ความมั่นคงทางอาหาร ตอบรับกระแสการบริโภคแบบยั่งยืนภายใต้แนวคิด “อาหารแห่งอนาคต” สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ที่ต้องการดูแลโลกไปพร้อมกับตัวเองและคนรอบข้าง

ขณะที่ ซีพีแรมก็เดินหน้าพัฒนาเมนูใหม่ๆ จากพืชธรรมชาติหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง อาทิ โปรตีนจากถั่วเหลือง ข้าว สาหร่าย และเห็ดสายพันธุ์ไทยคุณภาพ ผ่านนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ พร้อมเชื่อว่าการให้ความใส่ใจในการเลือกอาหารที่ดี คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ยั่งยืน เพราะเมื่อเรา “ให้” สิ่งดีกับร่างกายและโลกใบนี้ เราทุกคนย่อมได้ “รับ” ชีวิตที่ดีกลับมา