
ดัชนีส่งออก ม.ค.69 โต 1.8% รับแรงหนุน อิเล็กทรอนิกส์-อาหาร
พาณิชย์ เผยดัชนีราคาส่งออก ม.ค.69 ขยายตัว 1.8% ตามดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูปเพิ่ม ขณะดัชนีนำเข้าโต 4.2% รับการลงทุน AI-ดิจิทัล แต่ยังเสี่ยงบาทแข็ง-เศรษฐกิจโลกผันผวน
KEY
POINTS
- ดัชนีราคาส่งออกเดือนมกราคม 2569 ขยายตัว 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากสินค้าหมวดอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการด้านเทคโนโลยี AI และภาวะโลกร้อน
- สินค้ากลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูปปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน อาทิ อาหารทะเลกระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามกระแสสุขภาพและคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกัน ของปีก่อนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี
รวมถึงการบริโภคอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญในหลายภูมิภาค ตลอดจนต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากต้นทุนโลหะสำคัญ อาทิ อะลูมิเนียม และทองแดง เป็นต้น
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และการแข็งค่าของเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
ดัชนีราคาส่งออก
ดัชนีราคาส่งออก เดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 112.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัว 1.8% จากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ทยอยฟื้นตัว ประกอบกับคำสั่งซื้อบางรายการขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้หมวดสินค้าที่ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย
หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้น 2.8% ได้แก่ ทองคำ ราคายังทรงตัวสูง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงิน เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ตามการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ช่วยสนับสนุนความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล และเครื่องใช้ไฟฟ้า
โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ได้รับอานิสงส์จากอุณหภูมิและคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้น 0.5% ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ตามกระแสการดูแลสุขภาพ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบสัตว์น้ำที่สูงขึ้น อาหารสัตว์เลี้ยง ตามความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมในตลาดต่างประเทศ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ
รวมถึงสภาพอากาศที่เริ่มกลับมาร้อนในเอเชีย ทำให้เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และสินค้าพร้อมดื่ม เป็นที่ต้องการของตลาด
หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้น 0.2% เป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 12 เดือน จากการสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป โดยเฉพาะไก่แปรรูป ตามคำสั่งซื้อจากตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง
หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ยังคงหดตัวต่อเนื่อง 13.7% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ทยอยปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า
ดัชนีราคานำเข้า
ดัชนีราคานำเข้า เดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 119.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.2% ตามความต้องการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ เพื่อรองรับการผลิตและส่งออกต่อเนื่อง รวมถึงการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศทยอยฟื้นตัว กระตุ้นความต้องการนำเข้าสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย
หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้น 10.6% ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้น 6.7% ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องประดับอัญมณี
หมวดสินค้าทุน สูงขึ้น 4.3% ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามความต้องการด้านดิจิทัล และอุปกรณ์รองรับ AI และ Data Center สำหรับเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ
หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้น 2.1% โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า
หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลง 12.7% จากราคาน้ำมันดิบเป็นสำคัญ เนื่องจากได้รับแรงกดดันด้านอุปทานที่เพิ่มขึ้น
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก
1.ความต้องการบริโภคอาหาร และสินค้าเกษตรแปรรูป ยังขยายตัวต่อเนื่อง
2. สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานสะอาดยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก
3.ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่
1. ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้าหลัก
2. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค
3.ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ
4.ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่มยังเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา
5.ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ
6.การแข็งค่าของเงินบาท

