
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี รัฐบาลชวนปชช.ใช้บริการถึงส.ค.นี้
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี รัฐบาลเชิญกลุ่มเสี่ยงเข้าใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2568 นี้ ทุกสถานพยาบาลทั่วประเทศ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ล่าสุด นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการจัดเตรียมวัคซีนเพื่อป้องกันสายพันธุ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ตามการประกาศขององค์การอนามัยโลก (WHO)
โดยจัดเตรียมวัคซีนรองรับ 4,570,000 ล้านโดส กระจายหน่วยบริการให้บริการฉีดกลุ่มเป้าหมาย ระบุเป็นวัคซีนป้องกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ A(H1N1), สายพันธุ์ A (H3N2) และ สายพันธุ์ B วิคตอเรีย ที่มีประสิทธิผลและมีความปลอดภัย
ทั้งนี้ สปสช. กำหนดเป้าหมายเพื่อฉีดให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ที่แนะนำ 12 -20 สัปดาห์ (สามารถให้ได้ตลอดการตั้งครรภ์)
- เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, หอบหืด, หัวใจ, หลอดเลือดสมอง, ไตวาย, เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด)
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปี
- ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
- โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)
- โรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กก./ BMI มากกว่า 35 kg/m2)
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่
โรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไปมักจะมีอาการไม่รุนแรง เช่น มีไข้สูง มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เป็นต้น โดยอาการต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เอง แต่ในกรณีเป็นประชาชนที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงข้างต้นนี้ อาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงและเสียชีวิตได้
นายอนุกูล ระบุว่า ในปี 2568 กรมควบคุมโรคยังได้คาดการณ์สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากสภาวะอากาศ ดังนั้น รัฐบาลขอให้ประชาชนทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยงนี้ รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่โดยเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ช่องทางการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี
ประชาชนสามารถเข้ารับบริการสามารถติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. และคลินิกชุมชนอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ท่านไปรักษาเป็นประจำ
โดยดูรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง (แอปเป๋าตัง) ในเมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330
อย่างไรก็ดีเพื่อความสะดวกประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถโทรนัดหมายกับหน่วยบริการล่วงหน้า เพื่อทราบวันเวลาเข้ารับบริการที่แน่นอน






