thansettakij
thansettakij
สัญญาณอันตราย “โรคมือเท้าปาก”

สัญญาณอันตราย “โรคมือเท้าปาก”

15 ส.ค. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ส.ค. 69 | 05:42 น.

“โรคมือเท้าปาก” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อได้ง่ายผ่านน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ

“โรคมือเท้าปาก” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อได้ง่ายผ่านน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ แม้ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง แต่เชื้อ EV71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ปัจจุบันมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคจากเชื้อ EV71 โดยควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนรับวัคซีน

โรคมือเท้าปาก มักพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล เชื้อที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เช่น Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 หรือ EV71 โดยทั่วไป โรคมือเท้าปากมักมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง แต่เชื้อบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ EV71 อาจสัมพันธ์กับอาการรุนแรง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหรือหัวใจในบางราย จึงควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด

โรคนี้สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ของเหลวจากตุ่มน้ำ อุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสของใช้หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก

อาการของโรค

• อาการระยะแรก เด็กที่ได้รับเชื้อมักเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 3-7 วัน โดยอาจมีไข้ต่ำถึงปานกลาง เจ็บปาก รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำน้อยลง อ่อนเพลีย และไม่สบายตัว

• อาการที่เป็นลักษณะเฉพาะ หลังจากนั้นอาจพบแผลหรือตุ่มแดงในช่องปากและลิ้น รวมถึงตุ่มน้ำใสขนาดเล็กบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า นิ้วมือ นิ้วเท้า และในบางรายอาจพบที่บริเวณก้น ตุ่มเหล่านี้มักไม่คัน แต่อาจทำให้เด็กรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัวได้

“โรคมือเท้าปาก” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี

สัญญาณเตือน

หากเด็กมีไข้สูง ไข้ไม่ลดหลังรับประทานยาลดไข้ ซึมลง ไม่ตอบสนอง ชัก หายใจเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนมาก แขนขาอ่อนแรง หรือเดินเซ ควรรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่อาจพบได้จากการติดเชื้อ EV71

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคมือเท้าปากโดยเฉพาะ การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการดูแลตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้หรือยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์ ดูแลให้เด็กได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ หากเด็กเจ็บปากมากจนรับประทานอาหารได้น้อย ควรเลือกอาหารที่นุ่ม เย็น และย่อยง่าย เพื่อลดการระคายเคืองในช่องปาก

ในกรณีที่เด็กมีอาการรุนแรงหรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาให้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อเฝ้าระวังอาการและให้การรักษาแบบประคับประคองตามความเหมาะสม

ข้อควรปฏิบัติ

หากเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ควรให้หยุดเรียนหรือหยุดไปสถานรับเลี้ยงเด็กจนกว่าไข้จะลดลง อาการโดยรวมดีขึ้น แผลในปากเริ่มดีขึ้น และไม่มีตุ่มน้ำใหม่เกิดขึ้น โดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่เด็กคนอื่น

ระหว่างดูแลที่บ้าน ผู้ปกครองควรให้เด็กดื่มน้ำหรือนมบ่อย ๆ เลือกอาหารที่นุ่ม เย็น และกลืนง่าย เพื่อลดการระคายเคืองในช่องปาก หากเด็กมีอาการปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึมลง ดื่มน้ำไม่ได้ หรืออาเจียนมาก ควรรีบพามาพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

วัคซีนป้องกัน

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรงจากเชื้อ Enterovirus 71 หรือ EV71 เป็นวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งเป็นหนึ่งในเชื้อที่อาจสัมพันธ์กับอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหรือหัวใจได้ในบางราย วัคซีน EV71 ไม่สามารถป้องกันโรคมือเท้าปากจากเชื้อไวรัสชนิดอื่น เช่น Coxsackievirus A16 หรือสายพันธุ์อื่น ๆ ได้ ดังนั้น แม้รับวัคซีนแล้ว ผู้ปกครองยังควรดูแลสุขอนามัยของเด็กอย่างสม่ำเสมอ เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ทำความสะอาดของเล่น ของใช้ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

 

ที่มา : โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล