
สธ. จัดใหญ่ 'มหกรรมนวดไทยฯ 2569' พร้อมโชว์ศักยภาพอุตฯ สุขภาพ 1.45 ล้านล้าน
สาธารณสุข ชวนร่วมงาน "มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่อุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูงครั้งแรกของประเทศ ปักหมุดไทยศูนย์กลางเวลเนสโลกอย่างยั่งยืน 20 – 22 ส.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมต่อยอดสู่ Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมจัดงาน "มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569" ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์
- มีเป้าหมายเพื่อแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสของไทย ซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันสูงถึง 1.45 ล้านล้านบาท
- มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก (Global Wellness Hub) ผ่านการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและพัฒนานวัตกรรมนวดไทย
14 สิงหาคม 2569 ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงข่าว งานมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ "NATIONAL NUAD THAI AND WELLNESS EXPO 2026" "เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกล สู่สากล"
นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค “เศรษฐกิจสุขภาพ" อย่างเต็มรูปแบบ จึงเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและก้าวขึ้น สู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "นวดไทย" ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
อีกทั้งไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านกำลังคน โดยมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องถึง 291,308 คน เป็นผู้ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ 171,196 คน ผู้ให้บริการนวดเพื่อการรักษา 71,951 คน และหมอพื้นบ้าน 48,161 คน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวลเนสไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่า สูงถึง 1.45 ล้านล้านบาท
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสู่ระดับสากลและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่นวดไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้พัฒนาหลักสูตร "นวดไทยอัตลักษณ์ภูมิภาค" ทั้งนวดโพธิ์–ทศวาโย, นวดโพธิ์–ล้านนา, นวดโพธิ์–ออนซอน และนวดโพธิ์ ฮาลาล (โพธิ์ทักษิณา)
พร้อมขยายการบริการสู่ตลาดใหม่ด้วยหลักสูตรนวดไทยสำหรับนักกีฬา และเปิดเส้นทางวิชาชีพขั้นสูง หลักสูตร 1,300 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาบุคลากรระดับพรีเมียม ตลอดจนยกระดับความน่าเชื่อถือทางวิชาการ ด้วยองค์ความรู้ด้านการยืดเหยียด เฉพาะทาง 7 กลุ่มอาการ โดยมีผู้ผ่านการประเมินตามมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วกว่า 20,486 คน
การต่อยอด "ภูมิปัญญาดั้งเดิม" สู่การสร้าง "คุณค่าเชิงเศรษฐกิจที่มีมาตรฐานสากล" คือ กุญแจสำคัญในการยกระดับตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย จากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพและ เวลเนสของโลก หรือ "Global Wellness Hub" ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ด้านนพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้วางกลไกขับเคลื่อนเชิงรุกในการเป็น Global Wellness Hub 3 มิติหลัก คือ พัฒนาคน โดยยกระดับทักษะเฉพาะทางและพัฒนาหลักสูตรนวดไทยให้ทันสมัย ตอบโจทย์การแข่งขัน ในศตวรรษที่ 21 พัฒนานวัตกรรม โดยขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนำ Digital Transformation มาปรับใช้ในระบบบริการนวดและเวลเนส และพัฒนาความเชื่อมั่น คือ การกำหนดมาตรฐาน สร้างความมั่นใจ 100% ให้แก่ผู้ใช้บริการทั่วโลกเพื่อสร้าง "ระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแรง" ให้ผู้ประกอบการนวดไทยและเวลเนสเติบโตได้อย่างมั่นคง
มีโครงสร้างมาตรฐานรองรับทั้งกลุ่มตลาดพรีเมียม ตลาดท่องเที่ยว ตลาดฮาลาล ตลอดจนการส่งออกแรงงานทักษะสูงและ ผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ยุโรป และตะวันออกกลาง งานมหกรรมนวดไทยและเวลเนสครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน "บริการนวดไทยและเวลเนส" ไปสู่ "อุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูง" ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล
ขณะที่ ดร.นพ.พงศธร กล่าวเสริมว่า "มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยออกแบบให้เป็น National Wellness Platform ที่รวบรวมนวัตกรรม ผู้ประกอบการ หมอนวด ผู้ผลิตสมุนไพร นักลงทุน โรงพยาบาล โรงแรม สปา มหาวิทยาลัย และพันธมิตรจากต่างประเทศไว้ที่เดียว ก่อนต่อยอดสู่ Global Wellness Summit 2026 ที่จังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ ทุกกิจกรรม ถูกออกแบบเพื่อแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นว่าประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Wellness ของโลกได้อย่างไร ตั้งแต่รากฐานภูมิปัญญาไทย งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐานวิชาชีพ การจับคู่ธุรกิจ และโอกาสทางการค้า ระดับนานาชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นเส้นทางเดียว จากภูมิปัญญาสู่เศรษฐกิจ โดยมีหมอนวดพื้นบ้านทั่วประเทศกว่า 100 คน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ และให้บริการนวดรักษา แก้อาการ รวมทั้งแนะนำการดูแลสุขภาพองค์รวมให้กับ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและประชาชนที่สนใจ







