
เช็กสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นการเกิด "สะเก็ดเงิน" ที่คนไทยควรรู้
ค้นหาสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อ ความเครียด พร้อมวิธีป้องกัน-รักษา
"สะเก็ดเงิน" เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ผิวของตัวเอง ส่งผลให้เกิดผื่นแดง แห้ง คัน ลอกเป็นขุยสีเงินหรือขาว โดยมักพบได้ตามศีรษะ ข้อศอก หัวเข่า ลำตัว และเล็บ โรคนี้รักษาไม่ได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ หากพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สาเหตุของสะเก็ดเงิน
เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าใจผิดว่าเซลล์ผิวดีเป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรียหรือไวรัส ทำให้เกิดการอักเสบและสะสมของเซลล์ผิวหนัง โดยสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่
- พันธุกรรม: เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้มีโอกาสเกิดโรคสะเก็ดเงินสูง
- สิ่งแวดล้อม: เช่น อากาศร้อนหรือเย็น การโดนแสงแดดจัด หรือแมลงกัด
- การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย: เช่น ไวรัส HIV หรือเชื้อแบคทีเรียจากเจ็บคอ
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ยาบางชนิด: เช่น ยาเบต้า บล็อกเกอร์ หรือยาลิเทียม
อาการของโรคสะเก็ดเงิน
ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินมักจะมีอาการต่าง ๆ ดังนี้
- ผื่นผิวหนังที่มีขอบเขตชัดเจนและตกสะเก็ด
- ผิวแห้งแตกและเลือดออก
- คันหรือแสบร้อนที่ผิวหนัง
- หนังศีรษะลอกเป็นขุย
- เล็บมือและเท้าหนาขึ้น และมีรอยบุ๋ม
- ปวดและบวมที่ข้อต่อ
การรักษาสะเก็ดเงิน
การรักษาโรคสะเก็ดเงินขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยสามารถรักษาด้วยการใช้ยาทาภายนอก เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ น้ำมันดิน และวิตามินดี สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีข้ออักเสบร่วมด้วยอาจต้องใช้วิธีการรักษาด้วยการทานยา หรือฉีดยา ดังนี้
1.ยารับประทาน เมทโทเทรกเสท อาซิเทรติน หรือไซโคลสปอริน
2.การรักษาด้วยแสง รังสีอัลตราไวโอเลต UVA หรือ UVB ช่วยให้ผิวหนังดีขึ้น
3.การรักษาด้วยยาฉีดกลุ่มชีวภาพ เช่น Etanercept, Infliximab, หรือ Adalimumab ซึ่งช่วยลดการอักเสบ
แม้ว่าจะไม่มีวิธีการรักษาที่ทำให้โรคหายขาดได้ แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดอาการและป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้.






