thansettakij
thansettakij
ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุ ม.33 ถึง 65 ปี เพิ่มสิทธิ “3 ขอ”

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุ ม.33 ถึง 65 ปี เพิ่มสิทธิ “3 ขอ”

03 พ.ย. 69 | 10:23 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ย. 69 | 10:40 น.

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุ ม.33 ถึง 65 ปี เพิ่มสิทธิเงินชราภาพ “3 ขอ” เตรียมเสนอรัฐสภา ยังไม่มีผลใช้บังคับ

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับใหม่ โดยจะขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 ปี เป็น 65 ปี
  • เพิ่มมาตรการ "3 ขอ" ให้ผู้ประกันตนมีทางเลือกเกี่ยวกับเงินชราภาพ ได้แก่ ขอเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ, ขอคืนเงินสะสมบางส่วนกรณีจำเป็น, และขอกู้โดยใช้เงินสะสมเป็นหลักประกัน

3 พฤศจิกายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อปรับปรุงความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม พร้อมรองรับสังคมสูงวัย โดยจะนำร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ครอบคลุมการขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 การเพิ่มทางเลือกเงินชราภาพผ่านมาตรการ “3 ขอ” และการขยายความคุ้มครองให้ผู้รับบำนาญ รวมถึงปรับปรุงสิทธิกรณีคลอดบุตร ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และว่างงาน

ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม มีสาระสำคัญอะไรบ้าง

ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกันตนควรติดตาม ได้แก่

  • ขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 ปี เป็น 65 ปี

  • เปิดให้ผู้รับบำนาญสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39/1

  • เพิ่มทางเลือกเงินชราภาพ “ขอเลือก–ขอคืน–ขอกู้”

  • เปิดทางให้ขอรับเงินบำนาญชราภาพล่วงหน้าไม่เกิน 60 เดือน

  • เพิ่มความคุ้มครองด้านทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร คลอดบุตร และว่างงาน

ทั้งหมดเป็นสาระในร่างกฎหมาย การใช้สิทธิต้องรอให้กฎหมายมีผลใช้บังคับและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

ขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 ถึง 65 ปี

ร่างแก้ไขกฎหมายประกันสังคมกำหนดให้ขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็น 65 ปี เพื่อรองรับแรงงานสูงอายุและเพิ่มโอกาสเข้าถึงความคุ้มครองในระบบประกันสังคม

ประเด็นนี้เป็นการปรับเกณฑ์อายุของผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม ส่วนเงื่อนไขการเกษียณอายุของลูกจ้างต้องพิจารณาตามกฎหมายและข้อกำหนดการจ้างที่เกี่ยวข้องด้วย

 

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

เปิดมาตรา 39/1 ให้ผู้รับบำนาญรับความคุ้มครองเพิ่มเติม

ผู้รับบำนาญชราภาพจะมีทางเลือกสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39/1 เพื่อรับความคุ้มครองเพิ่มเติมใน 3 กรณี ได้แก่

  • ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

  • ทุพพลภาพ

  • เสียชีวิต

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายดูแลผู้รับบำนาญที่ยังต้องการหลักประกันด้านสุขภาพและความคุ้มครองหลังออกจากงาน โดยคุณสมบัติ การสมัคร และการส่งเงินสมทบ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

เงินชราภาพ “3 ขอ” คืออะไร

มาตรการ “3 ขอ” ประกันสังคม เป็นการเพิ่มทางเลือกเกี่ยวกับเงินชราภาพ ประกอบด้วย ขอเลือก ขอคืน และขอกู้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขแตกต่างกัน

ขอเลือก: เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ

ร่างกฎหมายเปิดทางให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี และมีอายุครบ 55 ปี สามารถเลือกรับเงินบำเหน็จชราภาพหรือบำนาญชราภาพได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

บำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน ส่วนบำนาญชราภาพเป็นเงินรายเดือน การเลือกจึงเกี่ยวข้องกับความจำเป็นในการใช้เงินและการวางแผนรายได้หลังเกษียณของแต่ละคน

ขอคืน: รับเงินชราภาพบางส่วนเมื่อประสบภัยพิบัติ

เปิดให้ผู้ประกันตนขอรับเงินสะสมชราภาพบางส่วนก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน เมื่อประสบภัยพิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน

สิทธินี้มีเงื่อนไขเฉพาะ จึงไม่ได้หมายถึงการเปิดให้ผู้ประกันตนทุกคนถอนเงินชราภาพได้ตามต้องการ

ขอกู้: ใช้เงินชราภาพเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน

เปิดทางให้นำเงินสะสมชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน โดยต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการขอคืนและขอกู้ ร่างกฎหมายกำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสะสมชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง

เปิดทางรับบำนาญชราภาพล่วงหน้าสูงสุด 60 เดือน

นอกจากมาตรการ 3 ขอ ร่างกฎหมายยังเปิดทางให้ผู้รับบำนาญขอรับเงินบำนาญชราภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 เดือน

อย่างไรก็ตาม จำนวนเงิน วิธีคำนวณ และผลต่อการรับบำนาญในอนาคต ต้องพิจารณาตามรายละเอียดของกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่จะกำหนด จึงยังไม่ควรตีความว่าเป็นเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมที่ผู้รับบำนาญทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติ

เพิ่มสิทธิทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และว่างงาน

ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมยังเสนอปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านอื่น เพื่อช่วยดูแลผู้ประกันตนในช่วงที่มีภาระครอบครัวหรือขาดรายได้ ได้แก่

กรณีทุพพลภาพ ปรับเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้จากเดิมร้อยละ 50 เป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ตามเงื่อนไขที่กำหนด

กรณีสงเคราะห์บุตร ขยายความคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน หลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร

กรณีว่างงาน กำหนดให้ผู้ประกันตนที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี มีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานก่อนรับเงินชราภาพ ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

จุลพันธ์ชี้แจงประเด็นคลอดบุตร 90 วัน เตรียมเสนอปรับเป็น 120 วัน

นายจุลพันธ์ ชี้แจงถึงประเด็นระยะเวลาเกี่ยวกับการคลอดบุตรในร่างกฎหมายประกันสังคมที่ยังระบุไว้ 90 วัน ขณะที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานปรับสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน ว่าร่างฉบับนี้จัดทำขึ้นก่อนการแก้ไขสิทธิลาคลอดดังกล่าว

หากย้อนกลับไปแก้ไขร่างในขั้นตอนนี้ จะต้องเข้าสู่การตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้กระบวนการล่าช้า กระทรวงแรงงานจึงเดินหน้าตามร่างปัจจุบัน และจะเสนอปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับระยะเวลา 120 วัน

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ยืนยันว่าไม่มีเจตนาลดทอนสิทธิของแรงงาน โดยผู้อ่านควรแยกระหว่างสิทธิการลาตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกับสิทธิรับเงินสงเคราะห์ตามกฎหมายประกันสังคม ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขต่างกัน

ร่างกฎหมายประกันสังคมใหม่ เริ่มใช้เมื่อใด

ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ในขั้นตอนที่ ครม.ให้ความเห็นชอบ และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา สิทธิใหม่จึงยังไม่มีผลใช้บังคับจากมติ ครม.ครั้งนี้

ผู้ประกันตนยังไม่สามารถยื่นใช้สิทธิ “3 ขอ” หรือสมัครมาตรา 39/1 โดยอาศัยมติดังกล่าวได้ทันที ต้องติดตามผลการพิจารณาร่างกฎหมาย ตัวบทฉบับสุดท้าย วันมีผลใช้บังคับ และหลักเกณฑ์จากสำนักงานประกันสังคมต่อไป.