thansettakij
thansettakij
“สกลธี”จี้ ศธ.ปลดล็อกสิทธิรักษาครูเอกชน 2 แสนคน ชงเลือกบัตรทองได้

“สกลธี”จี้ ศธ.ปลดล็อกสิทธิรักษาครูเอกชน 2 แสนคน ชงเลือกบัตรทองได้

29 ต.ค. 69 | 04:43 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ต.ค. 69 | 04:58 น.

“สกลธี ภัททิยกุล”จี้ ศธ.เร่งแก้กฎหมายปลดล็อกสิทธิรักษาพยาบาลครูโรงเรียนเอกชนกว่า 2 แสนคน ชงเปิดทางเลือกเข้าประกันสังคม ขยายสิทธิบัตรทองครูที่ไม่เข้าประกันสังคม

KEY

POINTS

  • ครูโรงเรียนเอกชนกว่า 2 แสนคน ได้รับผลกระทบจากสิทธิการรักษาพยาบาลที่จำกัดวงเงินไว้เพียง 1.5 แสนบาทต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับโรคร้ายแรง
  • นายสกลธี ภัททิยกุล เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งแก้ไขกฎหมาย เพื่อปลดล็อกให้ครูเอกชนมีทางเลือกด้านหลักประกันสุขภาพ
  • เสนอให้ครูเอกชนสามารถเลือกเข้าระบบประกันสังคมได้โดยสมัครใจ หรือ ขยายสิทธิให้สามารถใช้บัตรทองได้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

“สกลธี ภัททิยกุล” เปิดปัญหาความเหลื่อมล้ำสิทธิรักษาพยาบาลครูโรงเรียนเอกชนกว่า 2 แสนคน ติดข้อจำกัดกองทุนสงเคราะห์ฯ เบิกค่ารักษาได้สูงสุดปีละ 1.5 แสนบาท ชี้หากป่วยโรคร้ายแรงอาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง จี้ รมว.ศึกษาธิการเร่งแก้กฎหมาย เปิดทางเลือกเข้าประกันสังคมโดยสมัครใจ และขยายสิทธิบัตรทองให้ครูที่ไม่เข้าระบบประกันสังคม

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อข้อเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งแก้ไขปัญหาสิทธิการรักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านวงเงินและทางเลือกในการเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพ

นายสกลธี ระบุว่า แม้ประชาชนชาวไทยจะมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลผ่านระบบหลักประกันสุขภาพที่สำคัญ ได้แก่ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง และระบบประกันสังคม แต่ยังมีกลุ่มครูโรงเรียนเอกชนประมาณ 200,000 คน ที่ต้องใช้สิทธิผ่านกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 เป็นหลัก โดยมีข้อจำกัดที่แตกต่างจากระบบหลักประกันสุขภาพอื่น

ปมสำคัญเพดานค่ารักษาปีละ 1.5 แสนบาท

นายสกลธีชี้ว่า ข้อจำกัดสำคัญของกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน คือการกำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุดไว้ที่ 150,000 บาทต่อปี ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับการรักษาโรคร้ายแรงหรือโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะโรคมะเร็ง การฟอกไต และการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีโอกาสก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงกว่าวงเงินที่กำหนด

เมื่อค่าใช้จ่ายในการรักษาเกินกว่าวงเงินดังกล่าว ครูเอกชนอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินด้วยตนเอง ส่งผลกระทบต่อเงินออมและความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายสกลธี ยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดในการเปลี่ยนระบบสิทธิรักษาพยาบาล โดยระบุว่า ครูโรงเรียนเอกชนที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมมีข้อจำกัดด้านสถานะการเป็นครู ทำให้ไม่สามารถเลือกช่องทางหลักประกันสุขภาพได้อย่างอิสระตามความต้องการ

ชี้บุคลากรโรงเรียนเดียวกันได้รับสิทธิต่างกัน

นายสกลธี หยิบยกประเด็นความแตกต่างด้านสิทธิรักษาพยาบาลของบุคลากรที่ทำงานภายในโรงเรียนเอกชนแห่งเดียวกัน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาด และบุคลากรบางตำแหน่ง สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ ขณะที่ครูโรงเรียนเอกชนต้องอยู่ภายใต้ระบบกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านวงเงินตามที่กล่าวมา

นายสกลธี จึงเห็นว่า ปัญหานี้ควรได้รับการพิจารณาแก้ไขในระดับนโยบายและกฎหมาย เพื่อให้ครูโรงเรียนเอกชนมีทางเลือกด้านหลักประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับสถานะการทำงาน และลดความเสี่ยงจากภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่สูงเกินกำลัง

เสนอแก้กฎหมายเปิดทางเลือกประกันสังคม-บัตรทอง 

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา นายสกลธี เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อเสนอสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

1. เปิดทางให้ครูโรงเรียนเอกชนเลือกเข้าระบบประกันสังคมได้โดยสมัครใจ

เสนอให้พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม หรือพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ครูโรงเรียนเอกชนสามารถเลือกส่งเงินสมทบและรับสิทธิประโยชน์จากระบบประกันสังคมได้ตามความสมัครใจ โดยไม่ต้องเผชิญข้อจำกัดที่ทำให้การเปลี่ยนไปใช้สิทธิอื่นต้องแลกกับการลาออกจากอาชีพครู

แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ครูสามารถพิจารณาระบบหลักประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเอง รวมถึงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาระค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยรุนแรงหรือจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน

2. เปิดทางให้ครูที่ไม่เข้าระบบประกันสังคมใช้สิทธิบัตรทอง

สำหรับครูโรงเรียนเอกชนที่ไม่ได้เลือกเข้าสู่ระบบประกันสังคม นายสกลธีเสนอให้พิจารณาขยายความครอบคลุมของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง ให้สามารถดูแลครูกลุ่มดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึงบริการรักษาพยาบาลตามสิทธิประโยชน์ของระบบ และลดข้อจำกัดด้านวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

ครูเอกชนควรเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลเป็นธรรม

นายสกลธี ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาสิทธิรักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชนจำเป็นต้องได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง ทั้งการทบทวนข้อกฎหมายและการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงศึกษาธิการควรเป็นหน่วยงานสำคัญในการประสานและผลักดันแนวทางแก้ไข เพื่อให้ครูโรงเรียนเอกชนมีหลักประกันด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับสภาพการทำงานและภาระค่าครองชีพในปัจจุบัน

นายสกลธี กล่าวด้วย ครูโรงเรียนเอกชนเป็นประชาชนไทย ที่ทำหน้าที่สร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชน จึงควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งพิจารณาแนวทางแก้ไข เพื่อให้ครูสามารถเข้าถึงหลักประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงินจากค่ารักษาพยาบาลที่เกินกว่าวงเงินที่กำหนด