
ครม.สัญจร ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมใหม่ ขยายอายุ ม.33 แตะ 65 ปี
ครม.สัญจร อุดรฯ ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมใหม่ ขยายอายุ ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อกผู้ส่งสมทบ 180 เดือนเลือกรับบำนาญหรือบำเหน็จได้ตอนอายุ 55 ปี พร้อมเปิดทางดึงเงินชราภาพ 30% เป็นหลักประกันกู้แบงก์
KEY
POINTS
- ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับใหม่ โดยขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็น 65 ปีบริบูรณ์
- เพิ่มสิทธิประโยชน์หลายด้าน เช่น ขยายเวลาสงเคราะห์บุตร, เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพเป็นร้อยละ 70 และปรับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตร
- ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพได้ และสามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนหรือใช้ค้ำประกันได้
- เปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญชราภาพสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.สัญจร มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน รองรับสังคมสูงวัย และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนอย่างครอบคลุม
ทั้งนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ใช้บังคับมานานมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้ขยายอายุผู้ประกันตนและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ โดยเพิ่มอายุขั้นสูงของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับแรงงานสูงอายุ พร้อมขยายสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังออกจากงาน
พร้อมกันนี้ ยังปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่จากการทำงานเป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง (จากเดิมร้อยละ 50)
ขณะเดียวกันยังเปิดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือบำเหน็จชราภาพได้เมื่ออายุครบ 55 ปี หรือเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปีได้ในกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงต่อความเป็นอยู่ของผู้ประกันตน หรือนำเงินชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ วงเงินไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินชราภาพและไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง
ร่างพ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับนี้ ยังเปิดทางให้ผู้รับบำนาญชราภาพที่ออกจากงานแต่ยังต้องการความคุ้มครอง (เช่น สิทธิรักษาพยาบาล) สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ โดยรัฐร่วมสมทบ 1 ส่วน ผู้ประกันตนสมทบ 2 ส่วน (คุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และตาย)
รวมทั้งยังปรับปรุงบทกำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (เช่น การไม่ยื่นแบบรายการภายในกำหนด) ให้เปลี่ยนจากโทษทางอาญาเป็นการปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ. การปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เพื่อความเหมาะสมและเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ครม. ได้รับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองรวม 18 ฉบับ ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) พิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป







