thansettakij
thansettakij
กสศ.ผนึกยูเนสโกดันนโยบายลดเด็กหลุดระบบการศึกษา 273 ล้านคนทั่วโลก

กสศ. ผนึกยูเนสโก แก้โจทย์เด็กหลุดระบบการศึกษาโลก 273 ล้านคน

23 ต.ค. 69 | 10:59 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ต.ค. 69 | 11:27 น.

กสศ. ผนึกยูเนสโกและภาคีเครือข่าย เร่งแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษาทั่วโลก 273 ล้านคน ชู 4 แนวทางลดอุปสรรคการเรียนรู้ ตั้งเป้าขับเคลื่อนช่วงไทยเป็นประธานอาเซียนปี 2571

KEY

POINTS

  • กสศ. ร่วมมือกับยูเนสโกจัดประชุมวิชาการนานาชาติ (AFE 2026) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน 273 ล้านคนทั่วโลกที่อยู่นอกระบบการศึกษา
  • การประชุมมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม เช่น ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ของไทย การใช้ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยง และการจัดสรรงบประมาณอย่างยั่งยืน
  • กสศ. ตั้งเป้าผลักดัน "ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาเป็นศูนย์" ให้เกิดการรับรองในปี 2571 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 (AFE 2026) ภายใต้หัวข้อ “Designing Tomorrow’s Equity: Equitable Solutions for Out-of-School Children and Youth by 2030 and Beyond” เพื่อระดมความคิดเห็นและพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา พร้อมผลักดันระบบการศึกษาที่มีความเสมอภาค ครอบคลุม และยืดหยุ่น รองรับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียน

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้มีผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ นักการศึกษา เยาวชน และภาคีเครือข่ายจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมุ่งเชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูล การจัดสรรทรัพยากร และการปฏิบัติจริง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และสำเร็จการศึกษาตามศักยภาพ

รายงาน Global Education Monitoring (GEM) Report 2026 ของยูเนสโก ระบุว่า ทั่วโลกมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาถึง 273 ล้านคน ขณะที่ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีเด็กและเยาวชนวัยมัธยมศึกษาตอนปลายที่อยู่นอกระบบการศึกษาถึง 77 ล้านคน สะท้อนว่าความท้าทายไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษา แต่ยังรวมถึงการออกแบบระบบที่ช่วยลดอุปสรรคและรองรับความแตกต่างของผู้เรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง

ศธ. ดัน Credit Bank สู่การมีงานทำ

รศ.ดร.ประวิตร เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างแท้จริงจำเป็นต้องเชื่อมโยงการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเข้าด้วยกัน โดยประเทศไทยเดินหน้าพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ควบคู่กับระบบรับรองสมรรถนะ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสะสมทักษะและเทียบโอนคุณวุฒิได้ตามความรู้ความสามารถ

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมุ่งสร้างเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างการศึกษากับการทำงาน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน สอดรับกับความท้าทายระดับโลกที่เด็กและเยาวชนประมาณ 1 ใน 6 คนยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา

ยูเนสโกชูใช้ข้อมูลแก้ปัญหา เพิ่มงบประมาณอย่างยั่งยืน

นางซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจำเป็นต้องนำข้อมูลมาใช้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการขยายโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนที่หลากหลาย ตลอดจนส่งเสริมการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาอย่างยั่งยืนและสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ทว่า แม้หลายประเทศกำลังร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาหลังปี 2573 แต่เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบในปัจจุบันไม่สามารถรอโอกาสได้อีกต่อไป จึงต้องเร่งเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระดับสากลและนโยบายให้เป็นการดำเนินงานที่เกิดผลจริงในพื้นที่ พร้อมยกระดับความร่วมมือในระดับภูมิภาค

กสศ. เตรียมดันปฏิญญาอาเซียน เด็กนอกระบบเป็นศูนย์ ปี 71

ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า กสศ. พร้อมนำบทเรียนจากโครงการ Thailand Zero Dropout Plus มาผนึกกำลังกับยูเนสโกและภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันวาระการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในระดับภูมิภาค โดยตั้งเป้าผลักดันการรับรองปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาเป็นศูนย์ ในช่วงที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571

ข้อเสนอแนะและองค์ความรู้จากการประชุม AFE 2026 จะเป็นส่วนสำคัญในการยกร่างปฏิญญาดังกล่าว เพื่อสร้างหลักประกันว่าเด็กและเยาวชนในภูมิภาคจะได้รับโอกาสทางการศึกษาและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 (AFE 2026)

สำหรับการประชุม AFE 2026 มุ่งขับเคลื่อน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น การใช้ข้อมูลและระบบเตือนภัยเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้เรียนกลุ่มเสี่ยง การกำหนดสูตรจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาที่เสมอภาคและยั่งยืน และการเสริมสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา

ผลจากการประชุมจะนำไปจัดทำเอกสาร Outcome Document on Equitable Education by 2030 and Beyond เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติสำหรับขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา โดยจะใช้ประกอบการหารือในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกในปี 2570 รวมถึงการประชุม Asia-Pacific Meeting on Education ครั้งที่ 7 (APMED7) และ Global Education Meeting ซึ่งประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพกับยูเนสโก