thansettakij
thansettakij
เปิดเกณฑ์เยียวยา"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"น้ำท่วมจ่าย 1 หมื่น เริ่ม 1 ต.ค.69

เปิดเกณฑ์เยียวยา"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"น้ำท่วมจ่าย 1 หมื่น เริ่ม 1 ต.ค.69

01 ต.ค. 69 | 06:56 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ต.ค. 69 | 07:11 น.

เปิดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขโครงการ"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"ดีเดย์ 1 ตุลาคม 2569 เช็กเลยน้ำท่วมบ้าน แผ่นดินไหว วาตภัย ได้เงินเยียวยากี่บาท

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติโครงการ "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" เริ่มคุ้มครอง 3 ภัยธรรมชาติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
  • กรณีน้ำท่วม บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท และจ่ายตามความเสียหายจริงรวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลัง
  • คุ้มครองความเสียหายจากวาตภัยและแผ่นดินไหว โดยจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท และกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติจะได้รับเงินชดเชย 2,000,000 บาทต่อราย
  • ผู้ประสบภัยจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

หลังจากที่มติครม.เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 รัฐบาลเห็นชอบอนุมัติ 15,500 ล้านบาทในโครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เพื่อคุ้มครองประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยครอบคลุมภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ซึ่งระยะเวลาคุ้มครองจะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่สนใจเงื่อนไขรายละเอียด สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือตรวจสอบจาก "ฐานเศรษฐกิจ"ที่มัดรวมข้อมูลเบื้องต้นมานำเสนอดังนี้ 

โครงการ“ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”คุ้มครองภัยประเภทไหน เริ่มเมื่อไร

กรมธรรม์ ประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะคุ้มครอง 3 ภัย 

  1. อุทกภัย 
  2. วาตภัย 
  3. แผ่นดินไหว 

กรมธรรม์ดังกล่าวจะครอบคลุมบ้านเรือนประชาชน 30 ล้านหลังคาเรือน ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยกรมธรรม์จะให้ความคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป

"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"คุ้มครองอะไรบ้าง

1.คุ้มครองที่อยู่อาศัย บ้าน วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังต่อครั้ง /ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 
กรณีน้ำท่วมจ่ายช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท 

  • ส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 90,000 บาท (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท)

กรณีพายุ หรือ วาตภัย จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท 

  • ส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 95,000 บาท (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท) 

กรณีแผ่นดินไหวจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท 

  • ส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 95,000 บาท (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท) 

กรณีภัยน้ำล้อม รับ 10,000 บาทต่อครั้ง/ต่อหลังคาเรือน

  • หากที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อม จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน

2.กรณีเสียชีวิตจากภัย-จากอุบัติเหตุที่อยู่ในความคุ้มครอง

  • ชดเชย 2,000,000 บาทต่อราย

ระยะเวลาคุ้มครองของโครงการ“ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” 

  • วันที่ 1 ตุลาคม 2569 -1 ตุลาคม 2570

เงื่อนไขหลักเกณฑ์สำคัญของโครงการ“ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” 

  • ภัยพิบัติต้องเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินหรือประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 
  • เงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือตัวชี้วัดที่กำหนด
     

ส่วนกรณีที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดทั่วไทยรวมถึงกรุงเทพมหานครในตอนนี้ ปภ.ระบุว่าจะได้รับเงินเยียวยาจำนวน 9,000 บาทตามเงื่อนไขเดิม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเพื่อขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 

  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกัน เกิน 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยที่อยู่อาศัยนั้น ต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือฯ และจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน 
  • กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยทางตรง ให้ความช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ รายละ 2,000,000 บาท 

ช่องทางลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม 2569 

  1. ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันที และประชาชนสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ 
  2. ยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้ 

เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 เมื่อยื่นเรื่องลงทะเบียนไปแล้วจะได้รับเงินเมื่อไร

  • เมื่อสำนักงบประมาณจัดสรรวงเงินให้กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแล้ว ทาง ปภ. จะโอนเงินให้ธนาคารออมสินเพื่อที่จะโอนเงินให้กับผู้ประสบอุทกภัยต่อไป 
  • หากมีข้อติดขัดให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประสานการช่วยเหลือ เพื่อให้การเยียวยาประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว