
เกษตรดิจิทัลเชียงใหม่ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบปม กสทช. ห่วง 5G–IoT–โดรนเกษตรสะดุด
นักกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนเกษตรดิจิทัลเชียงใหม่ ยื่น ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมกรรมการ กสทช. กรณีไม่เข้าร่วมประชุม หวั่นกระทบความชัดเจนด้านโทรคมนาคม ฉุดการใช้ 5G–IoT และโดรนขับเคลื่อนเกษตรดิจิทัล
KEY
POINTS
- วิสาหกิจชุมชนเกษตรดิจิทัล จ.เชียงใหม่ ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของกรรมการ กสทช. กรณีไม่เข้าร่วมประชุม
- ผู้ร้องกังวลว่าความขัดแย้งภายใน กสทช. จะส่งผลให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ ล่าช้า และกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร
- เทคโนโลยีที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงคือ 5G, Internet of Things (IoT) และโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งสำคัญต่อการยกระดับภาคเกษตรกรรมของประเทศ
ปัญหาการไม่เข้าร่วมประชุมของกรรมการ กสทช. ถูกตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อการทำงานขององค์กรกำกับดูแล ล่าสุด “กิตตินันท์ คำคุณ” นักกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนเกษตรดิจิทัล จ.เชียงใหม่ ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ หวั่นความล่าช้าจะกระทบการพัฒนาเทคโนโลยี 5G, IoT และโดรนเกษตร รวมถึงประชาชนและผู้ประกอบการที่รอความชัดเจนด้านการกำกับดูแล
เกษตรดิจิทัลเชียงใหม่ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบกรรมการ กสทช.
นายกิตตินันท์ คำคุณ นักกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนเกษตรดิจิทัล จังหวัดเชียงใหม่ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
กรณีกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม โดยผู้ร้องเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ กสทช. รวมถึงประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการที่กำลังรอความชัดเจนด้านการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม
ห่วงปัญหาภายในกระทบ 5G–IoT–โดรนเกษตร
นายกิตตินันท์ระบุว่า ในฐานะผู้ติดตามนโยบายและประโยชน์สาธารณะด้านการสื่อสารสำหรับภาคการเกษตร ได้ติดตามแนวทางการกำกับดูแลคลื่นความถี่ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ร่วมกับ Internet of Things หรือ IoT และโดรนเพื่อการเกษตร
เทคโนโลยีเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเกษตรดิจิทัลของประเทศไทย จึงมีความกังวลต่อสถานการณ์ภายใน กสทช. และกรณีกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม
ผู้ร้องเห็นว่า หากความขัดแย้งส่งผลให้การพิจารณางานต่าง ๆ เกิดความล่าช้า อาจกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่กำลังรอความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่มาใช้ในภาคเศรษฐกิจ
ชี้กรรมการควรใช้กลไกประชุมหาข้อยุติ
นายกิตตินันท์กล่าวว่า กรรมการ กสทช. ผ่านกระบวนการสรรหาเข้ามาทำหน้าที่ในองค์กรกำกับดูแลที่มีความสำคัญต่อประเทศ ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ควรเป็นไปอย่างมืออาชีพและคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
สำหรับกรณีที่มีการให้เหตุผลเกี่ยวกับการไม่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประธาน กสทช. นั้น นายกิตตินันท์เห็นว่า กสทช. เป็นองค์กรที่มีกรรมการรวม 7 คน และการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ มีกระบวนการลงมติตามหลักเสียงข้างมาก
ดังนั้น ไม่ว่ากรรมการแต่ละคนจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ควรใช้กลไกการประชุมและกระบวนการตามกฎหมายในการพิจารณาเพื่อหาข้อยุติ
ขอ ป.ป.ช. สร้างความชัดเจนต่อสังคม
นายกิตตินันท์จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของกรรมการ กสทช. ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความชัดเจนต่อสังคม
พร้อมเห็นว่าการตรวจสอบจะช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรกำกับดูแลสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและสาธารณะเป็นสำคัญ
สำหรับภาคเกษตร ประเด็นดังกล่าวถูกจับตามอง เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 5G, IoT และโดรน มีบทบาทมากขึ้นต่อการยกระดับเกษตรดิจิทัล ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งต้องอาศัยความชัดเจนของนโยบายและการกำกับดูแลเพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสามารถเดินหน้าต่อไปได้







