thansettakij
thansettakij
ศาลสั่งกรมประมง เร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ให้ มท.ประกาศสมุทรสงครามเป็นเขตภัยพิบัติ

ศาลสั่งกรมประมง เร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ให้ มท.ประกาศสมุทรสงครามเป็นเขตภัยพิบัติ

08 ก.ย. 69 | 06:43 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ย. 69 | 06:52 น.

ศาลปกครองกลางพิพากษา ให้ "กรมประมง" เดินหน้าแผนกำจัดปลาหมอคางดำต่อ พร้อมสั่ง "มหาดไทย" ประกาศสมุทรสงครามเป็นเขตภัยพิบัติ ส่วนคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายเอกชนกว่า 2,000 ล้านบาท ลุ้นศาลรับเป็นคดีกลุ่ม 14 ก.ย.นี้

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมงดำเนินการตามแผนเพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
  • ศาลสั่งให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
  • คำพิพากษาครอบคลุมเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เนื่องจากเป็นภูมิลำเนาของผู้ฟ้องคดี ส่วนจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบศาลมีคำสั่งยกฟ้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ซึ่งผู้ฟ้องคดีรวม 54 คน ยื่นฟ้องกรมประมงและหน่วยงาน/เจ้าหน้าที่รัฐรวม 18 ราย ฐานละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายในการควบคุมการนำเข้าปลาหมอคางดำ จนเกิดการแพร่ระบาดในหลายจังหวัด และละเลยไม่ดำเนินคดีกับผู้นำเข้า สร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อประชาชน โดยมีกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบและตัวแทนประชาชนจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

ศาลชี้กรมประมงต้องเดินหน้าแผนระงับการแพร่ระบาดต่อ

นายปรเมษฐ์ แดนดงยิ่ง หัวหน้าคณะทำงานคดีปลาหมอคางดำในส่วนคดีปกครอง สภาทนายความ เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ศาลพิพากษาให้กรมประมงและอธิบดีกรมประมง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง ปฏิบัติตามแผนระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ได้จัดทำขึ้นภายหลังเกิดการระบาดอย่างหนักต่อไป ถือเป็นประเด็นสำคัญของคำพิพากษาครั้งนี้ ซึ่งมีความยาวกว่า 120 หน้า

สั่งมหาดไทยประกาศให้สมุทรสงครามเป็นเขตภัยพิบัติ

ในประเด็นการประกาศพื้นที่ประสบภัยเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือโดยเร็ว ศาลพิพากษาว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ส่วนจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ศาลเห็นว่าผู้ฟ้องคดีไม่มีภูมิลำเนาหรือประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงไม่ได้มีคำพิพากษาครอบคลุมถึง ขณะที่ข้อหาอื่นและผู้ถูกฟ้องคดีรายอื่น อาทิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกระทรวงการคลัง ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง

นายปรเมษฐ์ระบุว่า คำพิพากษาจะมีผลภายหลัง 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และคดีนี้ยังต้องรอลุ้นการอุทธรณ์ต่อไป หากไม่มีการอุทธรณ์ภายใน 30 วัน คดีจะถึงที่สุด แต่หากมีการอุทธรณ์ก็ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งคณะทำงานประเมินว่าคดีระดับนี้น่าจะมีการอุทธรณ์ต่อ โดยฝ่ายผู้ฟ้องคดีเองก็เตรียมอุทธรณ์ในประเด็นจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากศาลเคยระบุว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง 54 รายซึ่งประกอบอาชีพในพื้นที่ ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้

คู่ขนานคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหายเอกชนกว่า 2 พันล้านบาท

ด้านนายสิทธิพร ลีลานภาศักดิ์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ เปิดเผยว่า ในส่วนคดีแพ่งที่ฟ้องบริษัทเอกชนและกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าปลาหมอคางดำรวม 9 ราย ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดฟังคำสั่งวันที่ 14 กันยายนนี้ ว่าจะรับเป็นคดีแบบกลุ่มหรือไม่ หลังศาลชั้นต้นเคยมีคำสั่งรับไว้แล้ว แต่คู่ความยื่นอุทธรณ์ ทำให้ต้องนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง โดยคดีนี้เรียกค่าเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามกว่า 1,000 คน ซึ่งมีตัวแทน 10 คนเป็นโจทก์ในคดีนี้

เสียงสะท้อนภาคประชาชน พอใจระดับหนึ่ง แต่ยังติดใจพื้นที่อื่น

นายปัญญา โตกทอง ตัวแทนภาคประชาชน ระบุว่า พอใจกับคำพิพากษาในระดับหนึ่ง เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่โดยตรงเดินหน้าแก้ปัญหาการแพร่ระบาด และให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ยังติดใจที่คำพิพากษาไม่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่าเป้าหมายของการฟ้องคดีไม่ใช่เพียงเงินชดเชย แต่ต้องการให้รัฐประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ และช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ

นายปัญญากล่าวว่า หลังจากนี้เครือข่ายภาคประชาชนจะหารือร่วมกับจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการต่อ รวมถึงพิจารณาการอุทธรณ์ โดยมองว่าคำพิพากษาวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้รัฐแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับหน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่ รวม 18 ราย ได้แก่ 

1.กรมประมง

2.อธิบดีกรมประมง

3.คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

4.คณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง

5.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

6.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

7.กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

8.อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

9.คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

10กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

11.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

12.คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

13.คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

14.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

15.อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

16.กระทรวงมหาดไทย

17.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

18.กระทรวงการคลัง

โดยคำฟ้อง มีคำขอหลัก 4 ประเด็น คือ ให้รัฐเร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ,ประเมินความเสียหายและฟื้นฟูระบบนิเวศ ,ประกาศพื้นที่ระบาดเป็นเขตช่วยเหลือผู้ประสบภัย และให้รัฐเรียกค่าเสียหายจากเอกชนที่เกี่ยวข้อง

การอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในวันนี้ เป็นการอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น โดยใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง 

โดยผู้ถูกฟ้องส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากหน่วยงานและบุคคลที่เข้ามาฟังคำพิพากษา แต่ภายในห้องพิจารณาปรากฏตัวของนายบัญชา สุขแก้ว อดีตอธิบดีกรมประมงเข้ามารับฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง โดยหลังจากรับฟังคำพิพากษาผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปสอบถามแต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพิพากษาในวันนี้