thansettakij
thansettakij
"ภาคประชาชน" ยื่น "ศาลปกครอง" สอบเส้นทาง "ปลาหมอคางดำ"

"ภาคประชาชน" ยื่น "ศาลปกครอง" สอบเส้นทาง "ปลาหมอคางดำ"

07 ก.ย. 69 | 12:49 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 12:54 น.

ภาคประชาสังคม ยื่นศาลปกครอง จี้สอบกรมประมงปมปล่อยส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 320,000 ตัว 222 ครั้ง ให้ 11 บริษัท ก่อนเกิดการระบาดหนักปี 2560 ตั้งคำถามระบบตรวจสอบย้อนกลับหายไปไหน

KEY

POINTS

  • เครือข่ายภาคประชาชนยื่นศาลปกครอง ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรมประมงและหน่วยงานรัฐ กรณีการกำกับดูแลการส่งออกปลาหมอคางดำ
  • ตั้งข้อสังเกตถึงการส่งออกปลาหมอคางดำกว่า 320,000 ตัว ในช่วงปี 2556-2559 ก่อนมีเรื่องร้องเรียนการแพร่ระบาด โดยเอกสารส่งออกไม่ระบุแหล่งที่มา
  • ต้องการคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ กรณีที่เคยระบุว่าการส่งออกอาจเกิดจาก "ความเข้าใจคลาดเคลื่อน" ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำกว่า 200 ครั้ง

ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า องค์กรภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรมประมงและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีการกำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออกปลาหมอคางดำ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

เปิดเส้นทางส่งออก 320,000 ตัว 222 ครั้ง

ประเด็นสำคัญที่เครือข่ายฯ ต้องการให้ตรวจสอบคือ เส้นทางการส่งออกปลาหมอคางดำจากไทยในช่วงปี 2556-2559 หลังพบข้อมูลว่ามีบริษัทปลาสวยงามถึง 11 แห่ง ส่งออกปลาชนิดนี้รวมกว่า 320,000 ตัว จำนวน 222 ครั้ง ก่อนที่จะเกิดการร้องเรียนเรื่องการแพร่ระบาดอย่างเป็นทางการในปี 2560

ดร.ชัยภัฏ ระบุว่า ที่ผ่านมาสังคมให้ความสนใจกับคำถามว่าปลาชนิดนี้ "เข้ามา" ในไทยได้อย่างไร แต่เครือข่ายฯ เห็นว่ายังมีอีกเส้นทางที่ควรถูกตรวจสอบอย่างจริงจังไม่แพ้กัน นั่นคือเส้นทาง "การส่งออก" ว่าปลาที่ถูกส่งออกไปนั้นมีต้นทางจากที่ใด ใครเป็นผู้เพาะเลี้ยงหรือครอบครอง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มาได้จริงหรือไม่

เอกสารส่งออกไม่ระบุแหล่งที่มา

ข้อมูลที่เครือข่ายฯ นำมาใช้ยื่นคำร้องระบุว่า เอกสารการส่งออกในช่วงเวลาดังกล่าวมีการระบุชื่อสามัญ Blackchin tilapia และชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ไว้ชัดเจน แต่กลับไม่มีการระบุต้นทางหรือแหล่งที่มาของปลาแต่อย่างใด จึงเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ของหน่วยงานรัฐในขณะนั้น

"ภาคประชาชน" ยื่น "ศาลปกครอง" สอบเส้นทาง "ปลาหมอคางดำ"

จี้ถามคำชี้แจง "เข้าใจคลาดเคลื่อน" ซ้ำกว่า 200 ครั้ง

อีกประเด็นที่เครือข่ายฯ ต้องการคำตอบ คือคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายหลังเกิดกระแสร้องเรียนเรื่องการแพร่ระบาดในปี 2560 ซึ่งระบุว่าการระบุชนิดและชื่อปลาในเอกสารส่งออกอาจเกิดจาก "ความเข้าใจคลาดเคลื่อน" ของผู้ส่งออก

ทว่าเครือข่ายฯ ตั้งข้อสังเกตว่า การส่งออกสัตว์น้ำมีขั้นตอนตรวจสอบก่อนส่งออกอยู่แล้ว และปลาชนิดนี้ยังถูกส่งไปมากกว่า 10 ประเทศ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า เหตุใด "ความคลาดเคลื่อน" ในลักษณะเดียวกันจึงเกิดขึ้นซ้ำมากกว่า 200 ครั้ง ตลอดช่วงเวลา 4 ปี และระบบตรวจสอบของภาครัฐในขณะนั้นสามารถยืนยันชนิดและแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้จริงในระดับใด

เป้าหมายไม่ใช่ชี้ผิด แต่ต้องการความจริง

ดร.ชัยภัฏ ย้ำว่า การยื่นคำร้องต่อศาลปกครองครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ และนำข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องออกสู่สาธารณะ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงต้นทางของปลาหมอคางดำที่เคยถูกส่งออกจากไทย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ ย้ำชัดว่า ข้อสังเกตดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติม และไม่ได้หมายความว่า 11 บริษัทผู้ส่งออกเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด หรือหน่วยงานรัฐเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใด แต่เป็นประเด็นที่สังคมยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจน โดยทุกฝ่ายที่ถูกกล่าวถึงควรมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนสรุปว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่