thansettakij
thansettakij
ศาลปกครองสูงสุด รับคดี ‘หมอสรณ’ ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.ไว้พิจารณา

ศาลปกครองสูงสุด รับคดี ‘หมอสรณ’ ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.ไว้พิจารณา

02 ก.ย. 69 | 05:53 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ย. 69 | 06:18 น.

ศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่ง รับฟ้อง ‘หมอสรณ บุญใบชัยพฤกษ์’ ปมคุณสมบัติประธาน กสทช. ชี้คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหากระทบสิทธิโดยตรง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคุ้มครองชั่วคราวต่อ

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้รับฟ้องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไว้พิจารณา
  • คดีนี้เกิดจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติและสละสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. เนื่องจากยังปฏิบัติหน้าที่แพทย์ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง
  • ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นคำสั่งทางปกครองที่กระทบต่อสถานะและสิทธิของ นพ.สรณ โดยตรง จึงถือเป็นผู้มี

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งลงวันที่ 31 ส.ค.2569 กลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น หรือศาลปกครองกลาง ที่ไม่รับคำฟ้องของนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ไว้พิจารณา เป็นให้รับคำฟ้องคดีที่นายสรณยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติไว้พิจารณา พร้อมดำเนินการในส่วนคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาต่อไป

สาระสำคัญของคำสั่งครั้งนี้อยู่ที่ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.2569 มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะ สิทธิและหน้าที่ของนายสรณ จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่สามารถนำมาฟ้องขอให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้ นายสรณจึงเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

 

 

อย่างไรก็ตาม คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในครั้งนี้เป็นการวินิจฉัยเรื่องการรับคำฟ้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และไม่ได้เป็นคำวินิจฉัยถึงที่สุดว่านายสรณมีหรือไม่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยประเด็นดังกล่าวยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองชั้นต้นต่อไป

สำหรับที่มาของคดี นายสรณ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาให้เป็นกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ก่อนที่วุฒิสภาจะมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2564 และได้รับเลือกให้เป็นประธานกรรมการ กสทช. ต่อมาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2565

ต่อมาคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.2569 พิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของนายสรณ โดยพิจารณาจากกรณีที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง และเห็นว่าเข้าลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย รวมทั้งถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.

นายสรณ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยเห็นว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามภายหลังผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว รวมทั้งโต้แย้งกระบวนการพิจารณา ก่อนนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวและยื่นคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยเห็นว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสรณเป็นประธานกรรมการ กสทช. แล้ว การพ้นจากตำแหน่งตามกรณีที่กฎหมายกำหนดจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าในขณะนั้นยังไม่อาจถือว่านายสรณได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของคณะกรรมการสรรหา และไม่มีสิทธิฟ้องคดีในชั้นดังกล่าว

แต่ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์ต่างออกไป โดยเห็นว่าคณะกรรมการสรรหาเป็นคณะกรรมการที่กฎหมายให้อำนาจออกคำสั่งหรือมีมติที่มีผลกระทบต่อบุคคล จึงอยู่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อคำวินิจฉัยที่ 1/2569 วินิจฉัยว่านายสรณมีลักษณะต้องห้าม ย่อมก่อผลทางกฎหมายต่อสถานะของนายสรณในตำแหน่งกรรมการและประธาน กสทช. โดยตรง

ศาลปกครองสูงสุดยังพิจารณาว่า ผลจากคำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้นายสรณไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ และกระทบต่อสถานะ สิทธิหรือหน้าที่ของนายสรณ คำวินิจฉัยจึงมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครอง นายสรณถือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และการแก้ไขความเดือดร้อนดังกล่าวสามารถขอให้ศาลมีคำบังคับเพิกถอนคำวินิจฉัยได้ จึงมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

ในส่วนระยะเวลาฟ้องคดี ศาลพบว่านายสรณได้รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 ก่อนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 ซึ่งยังอยู่ภายในกำหนด 90 วันตามกฎหมาย โดยศาลคำนวณว่ากำหนดสิ้นสุดในวันที่ 20 ต.ค.2569 การยื่นฟ้องจึงอยู่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่เห็นพ้องกับคำสั่งเดิมของศาลปกครองกลาง และมีคำสั่งกลับเป็นให้รับคำฟ้องของนายสรณไว้พิจารณา พร้อมให้ดำเนินการเกี่ยวกับคำขอมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาต่อไป ทำให้คดีเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กสทช. เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองชั้นต้นต่อไป.

หมายเหตุ : รายละเอียดคำสั่งศาลทั้งหมด (คลิกอ่านที่นี่)