thansettakij
thansettakij
เปิด 5 ความเห็นชาวเน็ตแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา

เปิด 5 ความเห็นชาวเน็ตแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา

14 ส.ค. 69 | 06:57 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 06:57 น.

เปิด 5 ความเห็นชาวเน็ตไทย “บังคับใช้กฎหมาย-การเลี้ยงดูของครอบครัว-นักจิตวิทยาโรงเรียน-บูรณาการทุกภาคส่วน-รับฟังปัญหา” เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา

KEY

POINTS

  • ชาวเน็ตเสนอให้บังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการให้ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการเลี้ยงดูและปลูกฝังค่านิยมให้เด็ก
  • สถานศึกษาควรมีนักจิตวิทยาประจำ และครูต้องให้ความสำคัญกับปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bully) โดยไม่มองว่าเป็นเพียงการล้อเล่น
  • เสนอให้ปรับปรุงระบบการศึกษาให้โรงเรียนและครูรับฟังปัญหาของนักเรียนมากขึ้น พร้อมเน้นย้ำความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างครอบครัว โรงเรียน และสังคมในการดูแลเด็ก

จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาในช่วงที่ผ่านมา “เรียลวอทช์ แล๊ป”(RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI Transformation & Solution และ AI-Data Driven Technology ได้ทำการสำรวจ Social Listening และ Social Monitoring ของชาวเน็ตไทยในทุกแพลตฟอร์มที่เปิดความเห็นสาธารณะระหว่างวันที่ 7-13 สิงหาคม 2569

พบการพูดถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาจำนวน 12,555 ข้อความ เป็นการให้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบทั่วไปจำนวน 9,601 ข้อความ และเป็นการพูดถึงในเชิงให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจำนวน 2,954 ข้อความ โดยมี 5 ข้อเสนอแนะหลักในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา

อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 35% ของข้อความที่แนะนำ เสนอให้มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธและลงโทษผู้กระทำความผิด โดยข้อความส่วนใหญ่จะระบุว่า มีกฎหมายต้องใช้ ควรควบคุมการถือครองอาวุธ ทำผิดก็ต้องลงโทษ

อันดับสอง คิดเป็นสัดส่วน 25% เป็นเรื่องของการเลี้ยงดูของครอบครัว ที่ต้องให้เวลาและความสำคัญในการเข้าใจปัญหาของเด็ก โดยข้อความระบุว่า ครอบครัวต้องปกป้อง และ เข้าใจเด็ก ครอบครัวต้องเป็นจุดเริ่มต้นในการปลูกฝังค่านิยมให้เด็ก ปัญหาของเด็กต้องแก้ไขที่ครอบครัว เป็นต้น

อันดับสาม คิดเป็นสัดส่วน 17% เสนอให้ทุกโรงเรียนต้องมีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน และ คุณครูต้องให้ความสำคัญกับปัญหาการกลั่นแกล้ง การข่มเหงรังแก การบูลลี่(Bully) ในโรงเรียน โดยข้อความระบุว่า ต้องมีการลงโทษถ้ามีการบูลลี่ กันในโรงเรียน ครูต้องเข้าไปดูแลอย่าคิดว่าเป็นการล้อเล่นกัน โรงเรียนควรมีนักจิตวิทยา เพื่อดูแลเด็กๆ เป็นต้น

อันดับสี่ คิดเป็นสัดส่วน 12% เสนอให้ ครอบครัว โรงเรียน และ สังคม ต้องช่วยกันอย่างบูรณาการ โดยข้อความระบุว่า ครอบครัว โรงเรียน และ คุณครู ต้องทำงานร่วมกันเพื่อดูแลเด็กอย่างเป็นระบบ  จะปล่อยให้คุณครูดูแลเด็กอย่างเดียวไม่ได้ ครอบครัวต้องช่วยการดูแล นอกจากครอบครัว โรงเรียนแล้ว สังคมก็ต้องเข้ามามีส่วนช่วยในการดูแลเด็กด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น

อันดับห้า คิดเป็นสัดส่วน 11% เสนอให้มีการออกแบบระบบการศึกษาที่คุณครูและโรงเรียนต้องรับฟังปัญหาของนักเรียน เพื่อที่จะได้รับรู้และเข้าใจปัญหาของเด็ก โดยข้อความระบุว่า ต้องมาดูว่าต้นเหตุมาจากอะไร ต้องแก้ไขปัญหาที่ระบบ โรงเรียนและครูต้องให้ความสนใจปัญหาของนักเรียน จำนวนครูกับจำนวนนักเรียนไม่สัมพันธ์กัน นักเรียนเยอะ ครูมีเวลาดูแลไม่ทั่วถึง ต้องแก้ไขปัญหาที่ระบบการดูแลโรงเรียน ให้ครูมีเวลาดูแลใกล้ชิดกับนักเรียน เป็นต้น

จากความเห็นของชาวเน็ตสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน นอกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและลงโทษผู้กระทำความผิดแล้ว การแก้ไขปัญหาในระยะยาวคือ การออกแบบระบบการศึกษาอย่างบูรณาการโดยต้องร่วมมือกันระหว่างครอบครัว โรงเรียน และ สังคม นอกจากเนื้อหาทางวิชาการแล้วต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตวิทยาเด็ก เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน

5 แนวทางแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา